คนไทยใช้ e-Payment มากขึ้น

จากการทำโครงการ National E-Payment อย่างจริงจังของภาครัฐในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ทำให้คนไทยมั่นใจในระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-Payment มากขึ้น โดยผลสำรวจทัศนคติการชำระเงินของผู้บริโภค ประจำปี 2559 จากวีซ่า ที่เจาะลึกถึงทัศนคติของผู้บริโภคปัจจุบันเกี่ยวกับการชำระเงินในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ และเทรนด์พฤติกรรมของผู้บริโภคจากหกประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

พบว่า วันนี้คนไทยถึง 73% เลือกใช้บริการชำระเงิน E-Payment” ไม่ว่าจะเป็นการชำระเงินผ่านบัตร อุปกรณ์เคลื่อนที่ต่างๆ อย่างสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์สวมใส่  แสดงให้เห็นถึงการเลี่ยงการใช้เศษเหรียญและธนบัตร ด้วยเหตุผลเพราะการพกเงินสดไม่ปลอดภัย และไม่สะดวกพกไว้กับตัว ซึ่งแม้ว่าตัวเลขการใช้เงินสดจะยังคงสูงอยู่ และยังคงเป็นช่องทางการชำระเงินหลัก 71% แต่การชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์กำลังไต่อันดับตามขึ้นมา

แนวโน้มว่า คนไทยยอมรับรูปแบบการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น  โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีกำลังซื้อสูง มีการใช้จ่ายผ่าน e-Payment มากถึง 83%

คนนิยมสั่งอาหารออนไลน์ผ่านช่องทางออนดีมานด์

สุริพงษ์ ตันติยานนท์ ผู้จัดการวีซ่า ประจำประเทศไทย บอกว่า นวัตกรรมใหม่ๆที่เกิดขึ้น ทำให้ผู้บริโภคหันมาทดลองชำระเงินด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ โดยผู้บริโภคไทย 67 % เลือกการชำระเงินแบบอัตโนมัติ เพื่อลดขั้นตอนการทำธุรกรรมทั้งหมด ด้วยการเติบโตของระบบเศรษฐกิจออนดีมานด์ (on-demand) ที่ผู้บริโภคต่างมองหาช่องทางชำระเงินที่รวดเร็ว สะดวก และปลอดภัย ไม่ต้องแสดงบัตรในการชำระเงิน โดยเฉพาะพฤติกรรมที่เกิดขึ้นในการใช้แอพพลิเคชั่นสำหรับการจัดส่งอาหารออนไลน์ที่มีผู้ใช้มากถึง 75% รวมไปถึงแอพการเดินทาง-ท่องเที่ยว  การส่งของอุปโภคบริโภค และการขนส่ง ที่มีอัตราการเติบโตของผู้ใช้มากขึ้น  และยังพบว่าผู้บริโภค 82% พร้อมเลือกชำระเงินแบบไร้สัมผัสมากกว่าเงินสดถ้าร้านค้าแนะนำให้ใช้

สุริพงษ์ กล่าวต่อว่า จากการที่วีซ่าได้ร่วมมือกับร้านสะดวกซื้อ เซเว่น อีเลฟเว่น ในการรับชำระผ่านบัตรวีซ่า ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ใช้ โดยพบว่ามีวงเงินการใช้จ่ายที่สูงขึ้น โดยปัจจุบันมีการติดตั้งเครื่องรับบัตรอยู่ 5,000 แห่ง และคาดว่าปลายปีนี้จะครบ 10,000 แห่ง นอกจากนี้วีซ่ายังเตรียมเปิดตัวบริการ mVisa ในประเทศไทย หลังจากที่เปิดให้บริการแล้วในประเทศอินเดีย ซึ่งคาดว่าภายในปีนี้จะเริ่มเห็นธนาคารนำระบบดังกล่าวไปใช้

ขยายจุดรับ e-Wallet กระตุ้นการใช้งานมากขึ้น

ด้านฝากผู้ให้บริการ E-Payment อย่าง True money พบว่าการโอนเงินระหว่างกระเป๋าเงินได้รับความนิยมสูงที่สุด ตามมาด้วย WeCard บัตรเครดิตเสมือน ที่นำไปใช้จ่ายแทนบัตรเครดิต และการใช้งานในร้านค้าสะดวกซื้ออย่างเซเว่น อีเลฟเว่น  (7-11)

ล่าสุดมีจุดรับชำระเงินผ่านกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Wallet ของ True money และ Alipay ถึง 12,000 จุด โดยเป็นร้านสะดวกซื้อ 7-11 ประมาณ 10,000 จุด และที่เหลือเป็นร้านค้ารายย่อยอื่นๆ ก็มองว่า จุดให้บริการที่มียังไม่เพียงพอต่อการใช้งานและการกระตุ้นพฤติกรรมผู้บริโภค จึงได้มีการแต่งตั้งตัวแทนผู้จัดหาเครือข่ายการชำระเงินอย่างเป็นทางการ เพื่อขยายจุดรับชำระให้ได้ 100,000 จุดภายในปีนี้

โดย สราญรัตน์ ศรีจิรารัตน์ กรรมการผู้จัดการ ประจำประเทศไทย บริษัท ทรู มันนี่ จำกัด บอกว่า การขยายจุดรับชำระเงินผ่านกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ ของ True money และ Alipay จะดำเนินการไปพร้อมกัน โดยเน้นไปที่ร้านค้าที่มีชาวจีนใช้งาน เพื่อเปิดโอกาสให้กับร้านค้าได้มีลูกค้าเพิ่มมากขึ้น ในขณะเดียวกันก็เป็นการเปิดตลาดชาวไทยให้หันมาใช้งาน e-Wallet เพิ่มขึ้นด้วย