“สตาร์ทอัพไทยมีน้อยเกินไป” เสียงสะท้อนจาก ชาล เจริญพันธ์ ที่กำลังเปิด “DVAb1” เป็นปีที่ 2

จากความสำเร็จของโครงการ Accelerator Batch 0 ของ ดิจิทัล เวนเจอร์ส ที่ได้บ่มเพาะและส่งเสริมสตาร์ทอัพทั้ง 10 ราย ให้เติบโตในอุตสาหกรรมมาแล้วนั้น ล่าสุดเปิดโครงการ Digital Ventures Accelerator เป็นปีที่ 2  ใน Batch 1 หรือ“DVAb1” นำไปต่อยอดธุรกิจธนาคารไทยพาณิชย์ ลูกค้าองค์กร และขยายผลการสร้างระบบนิเวศสำหรับสตาร์ทอัพในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ชาล เจริญพันธ์ – Head of Accelerator บริษัท ดิจิทัล เวนเจอร์ส จำกัด กล่าวว่า สำหรับปีนี้เรามองหาสตาร์ทอัพที่ต้องการเติบโตในระดับผู้ภูมิภาค ให้ความสำคัญกับตัวผู้บริหารที่เก่งและมีความพร้อมเป็นหลัก รวมถึงมีไอเดียโมเดลธุรกิจที่ชัดเจน และสามารถต่อยอดกับธนาคารไทยพาณิชย์ได้ ซึ่งอาจจะไม่ใช่เฉพาะฟินเทคเพียงอย่างเดียว อาจจะเป็นเทคด้านอื่นๆ ด้วย

นอกจากนี้ยังพูดถึงสตาร์ทอัพในประเทศอื่นๆ จากการที่ไปดูงานกับพาร์ทเนอร์มีความคิดเห็นว่า ประเทศไทยยังมีสตาร์ทอัพน้อยเกินไปเมื่อเทียบกับจำนวนประชากรในประเทศ อย่างประเทศอิลสราเอล มีพื้นที่เล็ก และมีจำนวนประชากรเพียง 8 ล้านคน แต่กลับพบว่ามีสตาร์ทอัพเยอะกว่ามาก ดังนั้นหากผู้ประกอบการไทยมีความเข้มแข็งมากพอ และรู้จักนำเทคโนโลยีเข้ามาปรับใช้กับภาคธุรกิจ ก็จะสามารถเติบโตได้

สิ่งที่ประเทศไทยเรายังขาดอยู่ คือ ขาดคนที่มีความรู้ในส่วนของพัฒนาโปรแกรม ซึ่งเป็นปัญหาหลัก ส่วนสตาร์ทอัพเองยังมีความรู้ในเรื่องของการบริหารเงิน แม้ว่าจะเก่งในเรื่องของการหาเงินระดุมทุน แต่ยังขาดทักษะใช้เงินให้เป็น อาจส่งผลการเติบโตในระยะยาวหรือการเข้าจดทะเบียนตลาดหลักทรัพย์ในอนาคต

 ให้ความรู้การทำธุรกิจรอบด้าน ส่งเสริมสู่ตลาดต่างประเทศ

ดิจิทัล เวนเจอร์ส มีจุดเด่นที่แตกต่างจากโครงการ Accelerator อื่นๆ คือ นอกจากจะได้รับเงินทุนตั้งต้นทีมละ 300,000 บาท เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ระหว่างที่อยู่ในโครงการแล้ว ยังจะได้รับความรู้ต่างๆ จากหลักสูตรที่ได้รับออกแบบและพัฒนา ให้สอดคล้องกับเป้าหมายมากตลอด 6 เดือนเต็ม บนพื้นที่การทำงานให้ใช้ร่วมกัน รวมถึงยังดูแลในส่วนของ การทำเอกสาร จัดการเรื่องไฟแนนซ์ เรื่องการเงิน และช่วยเกี่ยวกับเทคโนโลยีด้วย

โดย 3 เดือนแรกจะปูพื้นฐานความรู้ที่จำเป็นต่อการทำธุรกิจให้แน่น ด้วย Startup Essential Program และ 3 เดือนหลัง จะเร่งให้สตาร์ทอัพสามารถเติบโตแบบก้าวกระโดดด้วยโปรแกรม Growth Hacking พร้อมมีเมนทอร์พิเศษที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ที่เหมาะสมกับธุรกิจของแต่ละทีมมาให้คำปรึกษาแบบทีมต่อทีม (Specialist & Dedicated Mentor)

ทั้งนี้ ดิจิทัล เวนเจอร์ส ยังคงเปิดรับเฉพาะสตาร์ทอัพสัญชาติไทยเท่านั้น ซึ่งต่างจากคู่แข่งอย่างธนาคารกรุงเทพ ที่เพิ่งเปิดตัวโครงการ Bangkok Bank InnoHub เป็นปีแรก แต่กลับเปิดรับสตาร์ทอัพด้านฟินเทคทั่วโลก ให้มาเรียนรู้การพัฒนาบริการร่วมกัน

“ที่เราเปิดรับเฉพาะสตาร์ทอัพไทยนั้น เพราะอยากจะส่งเสริมไปแข่งกันในตลาดต่างชาติได้ ซึ่งเราจะใช้ข้อดีจากพาร์ทเนอร์ในประเทศต่างๆ เข้ามาช่วยให้ความรู้และเพิ่มเติมในส่วนที่ประเทศไทยยังขาดอยู่ และมีแนวคิดที่จะพาสตาร์ทอัพในโครงการไปนั่งทำงานใน Accelerator กับสตาร์ทอัพต่างประเทศด้วย” ชาล กล่าว

สตาร์ทอัพรุ่นพี่ ที่ประสบความสำเร็จ

ทั้งนี้ สตาร์ทอัพที่เข้าร่วมโครงการในปีแรก ได้มีโอกาสร่วมงานกับธนาคารไทยพาณิชย์ และองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ในการขยายต่อยอดธุรกิจ โดยมีสตาร์ทอัพเด่นๆ เช่น

OneStockHome สตาร์ทอัพที่สร้างแพล็ตฟอร์มการซื้อวัสดุก่อสร้างออนไลน์ ซึ่งได้ร่วมธุรกิจต่อยอดกับเครือซีเมนต์ไทย

Seekster ผู้พัฒนาแอพพลิเคชั่นหางานด้านการบริการสำหรับลูกค้าทั่วไปและ SMEs ได้รับการต่อยอดธุรกิจจากอนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ มีรายได้เติบโตเพิ่มขึ้น 77%

PetInsure สตาร์ทอัพที่เอาใจคนรักสัตว์ด้วยการทำประกันภัยให้กับสัตว์เลี้ยงออนไลน์ มีจำนวนลูกค้าเติบโตเพิ่มขึ้น 45 เท่า

ทั้งยังมีอีกหลายรายที่กำลังอยู่ในระหว่างการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และเทคโนโลยีร่วมกับทางธนาคารไทยพาณิชย์ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของสตาร์ทอัพไทยของเรา และพร้อมที่จะขยายไปยังต่างประเทศ

หากสตาร์พอัพรายใดสนใจร่วมโครงการ DVAb1 กำลังเปิดรับสมัครแล้วไปจนถึง 9 กรกฎาคม 2560 ที่เว็บไซต์ www.dv.co.th/DVA และสามารถติดตามข้อมูลเทคโนโลยีฟินเทคได้ที่ www.facebook.com/DigitalVenturesTH