ภาคธุรกิจไทย นำ AI มาประยุกต์ใช้ในแพลตฟอร์ม

บริษัทฟรอนทิสและดิจิตอล ไดอะล็อก ร่วมแสดงผลงานระบบ AI ตอบโจทย์การใช้งานบนระบบคลาวด์ไมโครซอฟท์ อาซัวร์

เทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นในปัจจุบันนี้ ซึ่งทำให้มีแนวโน้มว่าโลกก้าวถึงยุค ‘Intelligent Cloud’ และ ‘Intelligent Edge’ ที่จะทำให้การทำงานของมนุษย์มีความง่ายและทำให้เพิ่มประสิทธิภาพมากขึ้น 2 บริษัท ในการนำ AI  มาใช้งาน โดย บริษัท ฟรอนทิส จำกัด ที่พัฒนา Cognitive Services และบริษัท ดิจิตอล ไดอะล็อก จำกัด ที่พัฒนาโซลูชั่น CUBIK Chat เข้ามาในแพลตฟอร์มไมโครซอฟท์ อาซัวร์ โดยแสดงผลงานจากช่วงงาน Microsoft  AI is NOW ในงานสัมมนา Azure Summit 2018 ที่ Centara Grand Central World ที่ผ่านมา

ธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า งานวิจัยของไมโครซอฟท์และไอดีซีที่ทำร่วมกัน ในปี 2562 จะมี AI เข้ามามีบทบาทสนับสนุน ซึ่งคาดการณ์ว่ากว่า 40% และในปี 2563 และคาดการณ์ว่าจะมีองค์กรถึง 85% ที่นำ AI มาประยุกต์ใช้งาน เห็นได้ชัดเจนถึงความสามารถของเทคโนโลยีจากคลาวด์มาสู่ดีไวซ์ต่างๆ โดยการพัฒนา AI มีวัตถุประสงค์หลักคือการส่งเสริมให้มนุษย์สามารถทำงานได้ดีขึ้น แต่ไม่ใช่การเข้ามาแทนที่มนุษย์

AI มาใช้ในการนำเสนอไอเดียการพรีเซนต์ใน PowerPoint การวิเคราะห์และนำเสนอข้อมูลดิบที่ผู้ใช้กรอกใน Excel ฟังก์ชันการเสนอแนะแนวทางการทำงาน งานขาย ปฏิบัติการ หรือบริการลูกค้า ใน Dynamics 365

จิดาภา วัฒนภักดี รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ดิจิตอล ไดอะล็อก จำกัด กล่าวว่า โซลูชั่น CUBIK Chat สามารถพัฒนาให้พร้อมใช้งานจริงได้ในเวลาเพียง 2 เดือนเท่านั้น โดยเริ่มต้นนำระบบ AI และบอทมาใช้งาน โดยแต่ละองค์กรสามารถปรับแต่ง AI ให้เข้ากับรูปแบบการทำงานของตนเองได้อย่างลงตัว

ตัวอย่างของแชทบอทภายในองค์กร ทำหน้าที่เป็นฝ่ายประสานงานของแผนกทรัพยากรบุคคล สามารถให้รายละเอียดเกี่ยวกับสวัสดิการพนักงานได้อย่างครบถ้วน แม่นยำในระดับรายบุคคลการ และสามารถแนะนำวันลาพักร้อนช่วงที่เหมาะสม หรือการแจ้งเตือนหมดเขตสวัสดิการพนักงานเป็นต้น

โดยแชทบอทในรูปแบบนี้สามารถจัดการกับคำถามจากลูกค้าได้ในปริมาณมากกว่ามนุษย์นับสิบเท่า และตอบโต้ด้วยภาษาไทยผ่านระบบ Natural Language Processing (NLP) และตัวบอทเองก็ยังมีระบบ Machine Learning ที่สามารถเรียนรู้และพัฒนาความสามารถได้จากข้อมูลการตอบโต้กับลูกค้าในสถานการณ์จริง

ปริญญ์ บุญดีสกุลโชค กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟรอนทิส จำกัด กล่าวว่า โลกยุคดิจิทัลกำลังเปลี่ยนผ่านจากยุคของมือถือและคลาวด์ (Mobile First, Cloud First) สู่ยุคที่ AI จะมีบทบาทในทุกนาทีของชีวิต (AI First World) โดย Cognitive Services นำ AI มาใช้ในเรื่องการจดจำใบหน้า การยืนยันสิทธิการเข้าถึงบริการหรือระบบต่างๆ อำนวยความสะดวกในการมอบสิทธิพิเศษให้กับสมาชิกและลูกค้าประจำของร้านค้า

ซึ่งจะไม่ล่วงละเมิดความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้บริการ โดยระบบจะเลือกบันทึกเฉพาะพิกัดที่สแกนจากใบหน้าเท่านั้น แทนที่จะบันทึกภาพถ่ายใบหน้าทั้งภาพ และมีการล้างฐานข้อมูลใบหน้าออกภายใน 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการรั่วไหลอีกด้วย

กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (GDPR) ของสหภาพยุโรป ความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้อินเตอร์เน็ต ทั้งในชาติสมาชิกสหภาพยุโรปและประเทศอื่นๆ โดยสามารถเข้าถึงข้อมูลที่ไมโครซอฟท์เก็บจากการใช้งานผลิตภัณฑ์และบริการ โดยสามารถแก้ไข ลบ หรือถ่ายโอนข้อมูลทั้งหมดไปจัดเก็บที่อื่นได้  ส่วนฟังก์ชันการตรวจสอบ แก้ไข ลบ และโยกย้ายข้อมูลส่วนตัวทั้งหมดนี้ สามารถเรียกใช้งานได้ทางแดชบอร์ดความเป็นส่วนตัว (Privacy Dashboard) ที่เว็บไซต์ https://account.microsoft.com/privacy/

ถือเป็นการยกระดับการทำงานในปัจจุบันให้ดีขึ้น หรือแม้แต่โทรศัพท์สมาร์ทโฟนที่ยังมีระบบ AI อนาคตต่อไปเราคงเห็นเทคโนโลยี AI เข้ามาในชีวิตเราอีกมากมาย แต่ก็ยังมีความปลอดภัยในเรื่องข้อมูลส่วนตัว เพื่อความง่ายและแม่นยำในการทำงานและเพิ่มความสะดวกสบายให้เราในต่อไป