ยักษ์ไอทีจับมือวิจัย – รับมือเทคโนโลยีปลอมแปลงใบหน้า DeepFake

หลายบริษัทสื่อดิจิตัล เตรียมออกมาตรการรับมือการปลอมแปลงหน้าคนในหนังได้แนบเนียนแม้เป็นในคลิปวิดิโอ ซึ่งเทคโนโลยีนี้เรียกว่า “Deepfake” (ดีพเฟค) ซึ่งมีดารา คนดัง และนักการเมืองสหรัฐฯหลายคน ถูกนำใบหน้าไปใส่ในหนังเอ็กซ์ หรือสร้างข่าวปลอม (fake news) กันมาแล้ว

A comparison of an original and deepfake video of Facebook CEO Mark Zuckerberg. (Elyse Samuels/The Washington Post via Getty Images)

AI ก็มีด้านมืดที่กลัว คือถูกนำมาปลอมแปลงหน้าคนในหนังได้แนบเนียนแม้เป็นในคลิปวิดิโอ

 

ซึ่งเทคโนโลยีนี้เรียกว่า “Deepfake” (ดีพเฟค) ซึ่งทำงานได้จริงและกำลังเป็นที่อื้อฉาว เพราะมีดาราและคนดังหลายคน ถูกนำใบหน้าไปใส่ในหนังเอ็กซ์

 

และหลายครั้ง “Deepfake” ก็ถูกนำไปสร้างข่าวปลอม ใส่ร้ายกันทางการเมืองและอื่นๆด้วย จึงถูกมองว่าเป็นเทคโนโลยีที่อันตราย

 

ล่าสุดบรรดาบริษัท Facebook, Twitter, Amazon จับมือกันวิจัยหาทางรับมือ DeepFake  เป้าหมายแรกเพื่อป้องกันข่าวปลอมคลิปปลอมในช่วงใกล้วันเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯปีหน้า 2020

 

Facebook นั้นร่วมมือกับMicrosoft และมหาวิทยาลัย MIT ในโครงการ Deepfake Detection Challenge (DFDC) ลงทุน 10 ล้านดอลลาร์ สนับสนุนงานวิจัยและโครงการโอเพ่นซอร์สเพื่อตรวจจับ DeepFake ได้ดีขึ้น โดยมี Amazon Web Services เข้าร่วมโครงการด้วย

 

ทางด้าน ส่วน Twitter ก็กำลังพยายามแยกเนื้อหา DeepFake ออกมาจัดการเป็นกรณีพิเศษ  ส่วนกูเกิล ก็มีโครงการ Deep Fake Detection วิจัยเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีตรวจจับ DeepFake

 

ส่วนนอกวงการไอที ก็มีสำนักข่าว Wall Street Journal สร้างทีมดูแลเรื่องข่าวปลอม และใช้คน 21 คนในทีมเพื่อดูแลเรื่องคลิป DeepFake โดยตรงด้วย

 

เรื่องนี้ในไทยอาจยังไม่มีให้พบเห็น  แต่อีกไม่นานอาจจะมีคลิปปลอมคนดังออกมาจากเทคโนโลยีนี้ ให้เป็นที่ฮือฮาก็เป็นได้

 

 

ข่าวจาก
engadget.com/2019/10/21/amazon-joins-facebook-deepfake-challenge