กทม. Connect แอปฯ แจ้งเตือนสำหรับคนกรุงเทพฯ

ผลสำรวจจาก บ้านสมเด็จโพลล์ สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ได้สำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับข่าวปลอม จากประชาชนที่อาศัยในกรุงเทพมหานคร ว่าจำนวน 65.1 % พบกับปัญหาข่าวปลอม โดยพบผ่าน Facebook ถึง 54.2 %  โดยเฉพาะเรื่องภัยพิบัติ ถึง 8.7 % ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่เยอะมาก และหากผู้ที่ไม่ได้ตรวจสอบแหล่งที่มาของข่าว ก็อาจทำให้เข้าใจผิดและเกิดการบอกต่อของข่าวปลอม

และเมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกรุงเทพมหานคร กับ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ได้เปิดตัวแอปพลิเคชั่น กทม. Connect สำหรับในการสื่อสารประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารและบริการต่าง ๆ ทั้งจากภาครัฐและเอกชน เพื่อให้ประชาชนรับทราบข้อมูลที่ถูกต้อง แม่นยำ น่าเชื่อถือและรวดเร็ว

โดยภายในแอปฯ ประกอบไปด้วยระบบคลาวด์เพื่อรองรับการบริการข้อมูลและนำข้อมูลมาใช้ในการแจ้งข่าวสาร เช่น การแจ้งเตือนฝนตก น้ำท่วม น้ำประปาไม่ไหล ไฟฟ้าดับ สภาพการจราจรแบบ Real time รวมทั้งการร้องทุกข์ต่าง ๆ

ในส่วนของคนกรุงเทพฯ ที่อยู่อาศัยหรือเข้ามาประกอบอาชีพ และเดินทางมาท่องเที่ยว มากกว่า 10 ล้านคน แอปฯ …

สนามบินยุคดิจิตัล ติดกล้อง AI จดจำใบหน้าคนเข้าออกประเทศ

สนามบินยุคใหม่ ใช้ระบบจดจำใบหน้า มาตรวจคนเข้าเมือง จับคนที่ใช้หลักฐานปลอมแปลงเป็นคนอื่นเพื่อหลบหนีเข้าประเทศไว้ได้

Ooca สตาร์ทอัพกลุ่ม Health Tech แอปฯปรึกษาจิตแพทย์ผ่าน Video Call ชนะที่ 1 dtac Batch 6

พึ่งจบไปหมาด ๆ สำหรับโครงการ dtac accelerate Demo Day Batch 6 กับการแข่งขันค้นหาทีมสตาร์ทอัพ ที่เริ่มต้นมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม จนได้ผู้ชนะทั้งหมด 4 ทีม ได้แก่ ผู้ชนะเลิศได้แก่ Ooca สตาร์ทอัพกลุ่ม Health Tech แอปพลิเคชั่นปรึกษาจิตแพทย์ผ่านวีดีโอคอล โดยได้รับรางวัลเงินสนับสนุนออกบูธทั้ง 3 วันในงาน TechCrunch Disrupt San Francisco 2018 สำหรับผู้ชนะภายในงานยังมีอีก 3 รายการ ได้แก่ ทีม Somjai Home Loan ทีม GoWabi และทีม Noburo

สำหรับแอปพลิเคชั่น Ooca เป็นแอปฯ ที่สามารถวิดีโอคอลกับจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยา ถือว่าเป็นอีกช่องทางหนึ่งสำหรับผู้ที่มีภาวะป่วยในการปรึกษา โดยเหมาะกับผู้ที่ไม่กล้า ไม่มีเวลาพบกับจิตแพทย์ที่โรงพยาบาล หรือผู้ที่ยังไม่แน่ใจในอาการป่วยของตน ซึ่งมีคนมากมายในสังคมปัจจุบัน ที่ยังมองว่าโรคซึมเศร้าเป็นเรื่องน่าอาย

โดยสามารถปรึกษาปัญหาได้หลากหลายเรื่อง เช่น ปัญหาโรคซึมเศร้า ปัญหาภายในครอบครัว ปัญหาในการเลี้ยงดูลูก ปัญหาคู่สามีภรรยา …

กระแสนิยม O2O จากจีน สู่การเปลี่ยนแปลงตลาดออนไลน์ในไทย

ETDA ได้คาดการณ์ว่า ปี 61 ประเทศไทย การค้าในรูปแบบ E-Commerce ในปัจจุบัน จะเติบโตถึง 3 ล้านล้านบาท ซึ่งหลาย ๆ คนคิดว่าเป็นการทำธุรกิจในรูปแบบใหม่ในปัจจุบัน แต่ตอนนี้ ประเทศจีนมีการทำการตลาดในรูปแบบที่ใช้งานบนออนไลน์ ที่เรียกว่า O2O ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมและแพร่หลาย และมีองค์กรไทยบางเจ้านำรูปแบบนี้เข้ามาในไทยแล้ว เรามารู้จักการตลาดรูปแบบ O2O ว่าคืออะไรกันดีกว่า

O2O (Online to Offline) หรือที่แปลให้เข้าใจง่าย ๆ เลยคือ การนำธุรกิจในรูปแบบออฟไลน์และออนไลน์รวมกัน ยกตัวอย่างเช่น LINE ร่วมมือกับ LALAMOVE ที่ให้บริการ LINE MAN ซึ่งการใช้บริการต้องผ่านแอปพลิเคชั่น LINE MAN และเมื่อเราสั่งอาหารเสร็จ ก็จะมีคนขับจักรยานยนต์มาส่งสินค้าหรือบริการที่เราต้องการ เมื่อพูดง่าย ๆ ก็คือ แอปฯ คือ รูปแบบออนไลน์ สำหรับ ส่วนพนักงานขับรถคือออฟไลน์และร้านค้า เมื่อนำมารวมกันก็คือการตลาดในรูปแบบ O2O นั่นเอง

และช่องทางการขายที่พึ่งเปิดตัวในไทยได้ไม่นานมานี้ในลักษณะออฟไลน์และออนไลน์ (O2O) ในชื่อเว็บไซต์ …

ปลั๊กไฟ IoT ที่สามารถสั่งการผ่านสมาร์ทโฟน

หลาย ๆ คน คงเคยได้ยินคำว่า IoT (Internet of Things) ซึ่งมีชื่อเรียกภาษาไทยว่า “อินเตอร์เน็ตในทุกสรรพสิ่ง ซึ่งหมายถึง การที่อุปกรณ์ต่าง ๆ สามารถสั่งการผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตได้ เช่น การเปิด-ปิด อุปกรณ์ไฟฟ้าได้ ผ่านการสั่งการณ์จากสมาร์ทโฟนที่มีระบบอินเตอร์เน็ต ซึ่งปัจจุบันเริ่มมีผู้ประกอบการในไทยเริ่มที่นำระบบดังกล่าว สร้างและนำมาผลิตเพื่อจำจำหน่าย ยกตัวอย่างอุปกรณ์ที่มีระบบ IoT เช่น IoT ในโครงการแสนสุข สมาร์ทซิตี้

และอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ตอนนี้มีระบบ IoT แล้วอย่างปลั๊กไฟ ที่ทางแอนิเทค ได้เปิดตัวปลั๊กพ่วงที่นำเทคโนโลยี IoT และ Cloud Server พร้อมด้วย eSIM ที่ทำให้ปลั๊กสามารถรับคำสั่งให้เปิด ปิดอุปกรณ์ได้โดยผ่านทางสมาร์ทโฟน ซึ่งรายละเอียดจะเป็นเช่นไร สามารถติดตามต่อได้ในคลิป

สำหรับการทำงานของปลั๊ก คือการเชื่อมต่อปลั๊กกับระบบอินเตอร์เน็ต และรับคำสั่งผ่านสมาร์ทโฟน ทำให้ผู้ใช้สามารถจัดตารางการเปิด-ปิด อุปกรณ์ได้โดยอัตโนมัติ และสามารถคอยเตือนความจำเป็นว่าเราจะเปิด-ปิด จากสมาร์ทโฟนแม้จะไม่ได้อยู่ในบ้าน โดยจะมีการจำหน่ายในอนาคตต่อไป

ในต่อไปในอนาคต อุปกรณ์ไฟฟ้าอาจจะต้องสั่งการผ่านสมาร์ทโฟนเพียงอย่างเดียวเพียงปลายนิ้ว หรือต่อไปอาจจะมีเครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์ท่าสั่งการผ่านเสียงแบบโทนี่ สตาร์ค ในภาพยนตร์ไอรอนแมน ที่ไม่ต้องเสียเวลาในการรอเครื่องทำงานเพราะสามารถสั่งการจากที่ไหนก็ได้ ในเวลาอันไม่ไกลนี้ก็เป็นได้

Facebook Camera เปิดฟีเจอร์ใหม่ ทดลองเครื่องสำอางผ่าน AR

สาว ๆ ทั้งหลายอาจจะเคยถ่ายรูปตัวเองเพื่อจะลงอวดโฉมลงโซเชียล แต่คงต้องแต่งภาพให้ตัวเองสวยเป็นที่น่าพอใจก่อนที่จะลงรูป โดยผ่านแอปพลิเคชั่นแต่งภาพ ที่อาจจะรู้จักอย่าง MakeupPlus AR แอปพลิเคชั่น ช่วยแต่งหน้า เปลี่ยนสีผมของเราให้ออกมาสวยยิ่งขึ้น  ด้วยระบบ AR และยังมีฟีเจอร์สำหรับทดลองเครื่องสำอางจากเคาน์เตอร์แบรนด์อย่างเช่น NYX  Victoria’s Secret  3CE หรือแม้แต่ Cute Press ที่สามารถสั่งซื้อได้เลย โดยทางแอปฯจะเชื่อมโยงให้เราสั่งซื้อผ่านเว็บไซต์ E-Commerce

และเมื่อไม่นานมานี้ กับการเปิดตัวทดลองผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางผ่านเทคโนโลยี AR เช่นกัน ผ่านทาง Facebook Camera โดยเป็นการร่วมมือระหว่าง Facebook และโมดิเฟส (ModiFace) ธุรกิจเทคโนโลยี AR และ AI ที่ลอรีอัลแบรนด์เครื่องสำอางได้ทำการซื้อกิจการเมื่อต้นปี 2561 ที่ผ่านมา โดยสามารถทดลองเมคอัพจากแบรนด์เครื่องสำอางในเครือของลอลิอัล ซึ่งจะเปิดตัวภายในเดือนสิงหาคมนี้

ในอนาคต การเลือกซื้อสินค้าต่าง ๆ นอกจากเครื่องสำอาง อย่างเช่น เสื้อผ้า รองเท้า อาจจะไม่ต้องไปลองถึงร้านเสื้อ หรือขับรถออกไปหาที่จอดตามห้าง เพียงเพราะเราชื่นชอบผลิตภัณฑ์ ก็สามารถทดลองสวมใส่ผ่านระบบ AR ว่าเหมาะสมหรือไม่  …

ญี่ปุ่นลองวิ่งแท็กซี่ไร้คนขับที่แรกของโลก

“แท็กซี่ไร้คนขับ” ที่แรกของโลกในโตเกียว ย่านโอเตมาชิและรปปงงิ ประมาณ 5.3 กิโลเมตร ค่าบริการอยู่ที่ 1,500 เยน (ประมาณ 440 บาท) ต่อเที่ยว จ่ายเงินผ่านแอพมือถือ

จีนเพิ่มมาตรการกวาดล้างเงินคริปโตหนักขึ้นเรื่อยๆ

รัฐบาลจีนขยายแนวรบ มาไล่ปิดกั้นเว็บบอร์ดต่างๆเกี่ยวกับเงินคริปโตฯด้วยแล้ว และเริ่มห้ามโรงแรม, สำนักงาน, และห้างสรรพสินค้าจัดงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วย

“รถเมลยุคดิจิตัล” จะวิ่งจริงในสิงคโปร์แล้ว ธ.ค.นี้

เดือนธันวาคม 2018 นี้ สิงคโปร์จะออกวิ่งให้บริการจริง “รถเมลยุคดิจิตัล” ซึ่งมีเส้นทางวิ่งยืดหยุ่นปรับเปลี่ยนไปตามความต้องการ realtime ของผู้โดยสารทั้งหลายขณะนั้นๆ

วงการธุรกิจ AR โตกว่า 50% ต่อปี มีเงินไหลเวียนกว่าพันล้านดอลลาร์แล้ว

มีจำนวนบริษัทที่ผลิตสื่อหรือพัฒนาระบบเกี่ยวกับ AR ในปี 2017 มากขึ้นกว่าปีก่อนนั้นถึง 50% มีเม็ดเงินไหลเวียนทั้งรายได้และการระดมทุนรวมนับพันล้านดอลลาร์

มหาวิทยาลัยจีนใช้ AI จัด นศ. ลงหอพัก และแบ่งห้องจากลักษณะนิสัย

มหา’ลัยจีนนำ AI ปัญญาประดิษฐ์มาช่วจัดสรรหอพักนักศึกษา โดยมีจัดกลุ่มเด็กตามพฤติกรรมและลักษณะ ซึ่งได้จากการให้กรอกข้อมูลในแบบสอบถาม โดยจัดให้คนนิสัยคล้ายกันเป็นรูมเมทกัน

Facebook ทดลองเพิ่มแถบ “คนที่มีอะไรเหมือนคุณ”

Facebook ทดลองเพิ่มการแนะนำแบบนี้ในช่องคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นในโพสต์ต่างๆ และในโปรไฟล์ของคนนั้นๆด้วย โดยจะอยู่ในโพสต์สาธารณะของเพจต่างๆ …ซึ่งคนที่เราเห็นในนั้น จะมีบางอย่างเหมือนกับเรา ( “Things in common” )

แอพดังๆพากันหนี App Stores, Google Play เพราะขอแบ่งรายได้โหดไป

หลายๆแอพเริ่มหาทางหนี App Stores, iTunes และ Google Play ที่เก็บส่วนแบ่งรายได้จากแอพ เพลง ค่าสมาชิก และค่าซื้อไอเท็มหรือส่วนเสริมต่างๆ(in-app purchase) โดยหักมากถึง 30% ก็มี