เซ็นทรัลรีแบรนด์ห้าง เชื่อมต่อโลกช้อปปิ้งไร้พรมแดน

70 ปีแล้วที่ ห้างเซ็นทรัล สร้างความผูกพันและอยู่กับสังคมไทย วันนี้เซ็นทรัลประกาศปรับเปลี่ยนธุรกิจครั้งใหญ่ ภายใต้กลยุทธ์ Centrality หรือ การสร้างศูนย์กลางของเมืองที่ผู้คนมาใช้ชีวิตร่วมกัน ด้วยเป้าหมายสำคัญ คือ การเป็น “ห้างสรรพสินค้าระดับโลก” ที่ต้องการสร้างพื้นที่ให้ประสบการณ์จากการใช้ชีวิตร่วมกันของผู้คน รวมไปถึงการเป็นบ้านหลังที่ 2 ของคนไทย

เพื่อดึงดูดให้ลูกค้านึกถึงเป็นอันดับแรก ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดของอุตสาหกรรมรีเทล เซ็นทรัลจึงรีแบรนด์ใหม่ ปรับเปลี่ยนโลโก้และองค์ประกอบของแบรนด์ห้างเซ็นทรัล ให้มีความทันสมัยและเรียบง่ายมากขึ้น ตั้งแต่ รูปแบบตัวอักษร (font) ของโลโก้ และภาพดอกกุหลาบ เพื่อสื่อถึงความหนักแน่น ตั้งใจ และมุ่งมั่นในการบริการลูกค้า รวมถึงการปรับโฉมรูปแบบห้าง ซึ่งล่าสุดในปีที่ผ่านมามีการปรับปรุงห้างเซ็นทรัลบางนา  และปิ่นเกล้า และกำลังปรับปรุง ห้างเซ็นทรัลพระราม 3 ซึ่งมีกำหนดแล้วเสร็จในเดือนธันวาคมนี้ พร้อมทั้งเปิดสาขาใหม่ 2 สาขาใหม่ คือ ห้างเซ็นทรัลนครราชสีมา ในเดือนพฤศจิกายน และห้างเซ็นทรัลภูเก็ต ที่มีกำหนดเปิดในปี 2561

ผู้บริหารบริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด นำโดย ยุวดี จิราธิวัฒน์  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจห้างสรรพสินค้า , นิตย์สินี จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ร่วม และ พิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด ร่วมเผยถึงการปรับโฉมครั้งใหญ่รอบ 70 ปีของห้างเซ็นทรัล

ก้าวสู่ธุรกิจห้างหรูระดับโลก

ปัจจุบันกลุ่มธุรกิจห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ประกอบด้วย

  • กลุ่ม Domestic ได้แก่ เซ็นทรัล, เซ็นทรัลแอมบาสซี, เซน, โรบินสัน, มาร์ค แอนด์ สเปนเซอร์ และซูเปอร์สปอร์ต
  • กลุ่ม International Europe ห้างสรรพสินค้าในยุโรป ได้แก่ LaRinascente, ILLUM, ALSTERHAUS, KaDeWe และ OBERPOLINGER
  • กลุ่ม International Asia มี เซ็นทรัลอินโดนีเซีย
  • กลุ่ม JV’s New Business มี ร้าน MUJI และ KOMONOYA

ยุวดี จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจห้างสรรพสินค้า บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันกลุ่มธุรกิจห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลได้ขยายความสำเร็จไปถึงภูมิภาคอาเซียน และยังบุกเบิกไปไกลถึงยุโรป โดยเป็นเจ้าของห้างสรรพสินค้าระดับลักชัวรีหลายแบรนด์ ที่ตั้งอยู่ในใจกลางมหานครใหญ่ของยุโรปที่มีความสำคัญทั้งในด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวระดับโลกไม่ว่าจะเป็น มิลาน โคเปนเฮเกน ฮัมบูร์ก เบอร์ลิน มิวนิก และโรม  ด้วยสัดส่วนรายได้ของกลุ่มธุรกิจห้างสรรพสินค้า 60% มาจากในไทย 40% มาจากต่างประเทศ และยังมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง

เพื่อมอบประสบการณ์การช้อปปิ้งให้กับลูกค้าห้างเซ็นทรัลทั่วโลก เปิดตัวเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่นในชื่อ  Aux Villes Du Monde.com (AVDM) ที่สามารถดาวน์โหลดได้ทั้งระบบ iOS และ Android  โดยลูกค้าสามารถค้นหาข้อมูลท่องเที่ยวของเมืองที่มีสาขาเซ็นทรัลตั้งอยู่ และยังสามารถติดต่อกับห้างในต่างประเทศเพื่อใช้บริการต่างๆ เช่น จองโรงแรม ร้านอาหาร หรือเลือกซื้อสินค้าในห้างสาขาต่างประเทศที่ไม่มีจำหน่ายในไทยได้อีกด้วย

เดินหน้าขยายฐานออนไลน์ผ่าน OmniChannel  

นอกจากนี้เซ็นทรัล ยังได้มุ่งย้ำการเชื่อมต่อโลกออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกัน ด้วยช่องทาง OmniChannel โดยเปิดตัวเว็บไซต์ www.central.co.th และแอพพลิเคชั่น Central Official โฉมใหม่ที่เข้าถึงความต้องการเฉพาะบุคคลมากขึ้น และสามารถให้ข้อมูลได้แบบ Interactive รวมถึงสามารถดาวน์โหลด E-coupon เพื่อรับสิทธิพิเศษภายในห้าง

ปัจจุบันยอดขายออนไลน์ยังไม่ถึง 1% แต่เซ็นทรัลได้ตั้งเป้าหมายการเติบโตของออนไลน์ไว้  5% ภาย ในระยะ 3-5 ปี อย่างไรก็ตามสุดท้ายจะต้องเสริมให้ภาพรวมธุรกิจเซ็นทรัลทั้งหมดเติบโตขึ้น โดยคาดว่าปีนี้จะสร้างรายได้ถึง 130,000 ล้านบาท เติบโตขึ้น 15% จากปีที่ผ่านมายุวดี กล่าว