เรียนรู้นวัตกรรมด้านฟินเทคร่วมกัน จาก 8 สตาร์ทอัพทั่วโลก ของ “Bangkok Bank InnoHub”

ก่อนหน้านี้ธนาคารสีม่วงและสีเขียวเดินหน้าในเรื่องของสตาร์ทอัพกลุ่มฟินเทคกันไปก่อนแล้ว ในที่สุดถึงคราวของ ธนาคารกรุงเทพ เปิดตัวโครงการ “Bangkok Bank InnoHub” ค้นหาผู้ประกอบการสตาร์ทอัพกลุ่มฟินเทคระดับเวิล์ดคลาสทั้งในและต่างประเทศ

ในช่วงนี้จะเห็นกระแสของสตาร์ทอัพเกิดขึ้นมามากมาย การที่มีโครงการบ่มเพาะธุรกิจสตาร์ทอัพเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่เป็นตัวเร่งศักยภาพ และสนับสนุนทั้งเรื่องของ เงินทุน ไอเดีย หรือเน็ตเวิร์ค โดย Bangkok Bank InnoHub ได้ออกแบบมาเพื่อเร่งการเติบโตของบริษัทสตาร์ทอัพด้านนวัตกรรมโดยตรง ให้ความรู้ผ่านหลักสูตรเข้มข้น เป็นระยะเวลา 12 สัปดาห์

ชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เราสนับสนุนการพัฒนาบริษัทสตาร์ทอัพกลุ่มฟินเทค ที่จะเป็นส่วนสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและธุรกิจการเงินในอนาคตของไทย รวมถึงความสำคัญต่อการกำหนดกลยุทธ์และแผนงานด้านดิจิทัล ในการนำเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ คิดค้น และสร้างสรรค์บริการทางการเงินอย่างเป็นรูปธรรมของธนาคารให้ดียิ่งขึ้น สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Bangkok Bank InnoHub สนใจกลุ่มเทคโนโลยีทางการเงิน 3 ด้าน

1 ด้านการชำระเงิน (Payment)

2 การพิสูจน์ตัวตนทางอิเล็กทรนิกส์ (e-KYC)

3 นวัตกรรมใหม่ที่จะนำมาพัฒนาในการบริการลูกค้า เช่น AI และ Machine Learning

“โครงการดังกล่าวจะช่วยผลักดันให้สตาร์ทอัพกลุ่มฟินเทคในประเทศได้ขยายธุรกิจสู่ระดับภูมิภาคและระดับโลก ขณะเดียวกันก็เปิดโอกาสให้กับสตาร์ทอัพกลุ่มฟินเทคระดับโลกสามารถสร้างเครือข่าย และความร่วมมือกับชุมชนฟินเทคในประเทศไทยและอาเซียนอีกทางหนึ่ง”

จับมือพันธมิตร สร้างคอร์สพัฒนาสตาร์ทอัพ

ทั้งนี้ ได้ร่วมมือกับ Nest บริษัทธุรกิจเงินร่วมลงทุนที่มีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาธุรกิจเชิงนวัตกรรมระดับโลก โดยมีบทบาทสำคัญในการประสานให้เกิดความร่วมมือทางธุรกิจระหว่างองค์กรชั้นนำของโลกกับบริษัทเกิดใหม่ ซึ่งเคยจัดโครงการ Fintech Accelerator Program มาแล้ว 3 โครงการ ทั้งในฮ่องกงและสิงคโปร์ โดยประสบความสำเร็จจากการร่วมมือกับองค์กรชั้นนำหลายแห่ง เช่น AIA, DBS, OCBC และ INFINITI ในการดำเนินโครงการประเภท FinTech, HealthTech และ Smart Cities

มร. ลอร์เรนซ์ มอร์แกน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เนสท์ กล่าวว่า ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงนวัตกรรมทางการเงินมีความสำคัญยิ่ง Bangkok Bank InnoHub เป็นอีกหนึ่งโครงการเพื่อสนับสนุนสตาร์ทอัพให้ประสบความสำเร็จ ให้เกิดเป็น ecosystem และนำสตาร์ทอัพส่งเสริมอุตสาหกรรมฟินเทคเปลี่ยนชีวิตผู้คนในภูมิภาคนี้และทั่วโลกให้ดีขึ้น

โดยจุดเด่น คือ การเปิดรับสตาร์ทอัพหน้าใหม่ ที่ไม่จำกัดแค่ในประเทศไทยเท่านั้น ยังเปิดรับสตาร์ทอัพจากต่างประเทศด้วย ดังนั้น หลักสูตรอบรมจะอยู่บนพื้นฐานความเชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมระดับสากล มีความโดดเด่น และมีเอกลักษณ์เฉพาะ อาทิ เมนเทอร์สตาร์ทอัพที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะในธุรกิจไทยและทั่วโลกมาเป็นพี่เลี้ยงอย่างใกล้ชิด ให้คำปรึกษา ช่วยวางกลยุทธ์ และช่วยให้ผู้ประกอบการที่เพิ่งเริ่มต้นธุรกิจสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ตามที่ต้องการ

นอกจากนี้ยังมี บริษัท บัวหลวง เวนเจอร์ จำกัด เข้ามาร่วมพิจารณาเลือกการลงทุนในกลุ่มฟินเทค และให้คำปรึกษาในด้านการระดมเงินทุนด้วย

ได้ประโยชน์ร่วมกันทั้งสองฝ่าย

หลังจากที่เปิดรับสมัครสตาร์ทอัพกลุ่มฟินเทคทั้งหมด 119 ราย จาก 32 ประเทศทั่วโลก จนได้ 8 ทีม สุดท้าย เข้าร่วมโครงการฝึกอบรมที่ธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ พร้อมกำหนดจัดงานวัน Demo Day ที่จะเป็นเวทีในการนำเสนอแผนธุรกิจต่อกลุ่มนักลงทุนทั้งไทย และต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแถบประเทศอาเซียน ในเดือนกันยายน 2560 นี้

โดยเหตุผลหลักที่เลือกสตาร์ทอัพทั่วโลกไม่จำกัดแค่ในประเทศไทยนั้น ชาติศิริ ได้บอกว่า อยากเห็นแนวคิดและนวัฒกรรมใหม่จากประเทศในแถบอื่นๆ โดยจะได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย ซึ่งแต่ละประเทศก็จะมีปัญหาและพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ มาบริการลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น เป็นการแลกเปลี่ยนแนวคิดหลายมุมมอง

สิ่งที่จะได้จาก Bangkok Bank InnoHub

  1. ธนาคารได้เรียนรู้วิธีการทำงานของสตาร์ทอัพทั้งของไทยและต่างชาติ
  2. ต่างชาติก็ได้เรียนรู้การสร้างธุรกิจเกี่ยวกับธนาคารในประเทศไทยเช่นกัน
  3. สตาร์ทอัพไทยกับสตาร์ทอัพจากต่างชาติได้เรียนรู้ แลกเปลี่ยนแนวคิดซึ่งกันและกัน
  4. สร้างเครือข่าย ecosystem ในอุตสาหกรรมด้านฟินเทคในภูมิภาคอาเซียนและทั่วโลก
  5. ออกแบบพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่เหมาะสม สามารถกำหนดกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้
  6. จัดหาทรัพยากรเพื่อส่งเสริมการเติบโต อาทิ เงินทุน พนักงาน ที่ปรึกษา และแหล่งระดมทุน

มาทำความรู้จักกับสตาร์ทอัพ 8 ทีมสุดท้ายที่เป็น Bluefin หรือ สุดยอดปลาครีบน้ำเงิน

Wealth Management (สิงคโปร์)

Bambu : บริการด้านการออมและการลงทุน สามารถบริหารการเงิน มีความโปร่งใส ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง ด้วย Digital Content ทั้งสถาบันการเงินและบริษัททั่วไป

Bento : บริการที่ปรึกษาทางการเงินด้วยระบบ Robo-advisor รองรับขยายฐานลูกค้า สามารถปรับแต่งบริการตามความต้องการ และความเสี่ยงที่ยอมรับได้แต่ละบุคคล

Canopy : แพล็ตฟอร์มรวบรวมและรายงานสถานการณ์ลงทุน โดยรวบรวมทุกบัญชีไว้ในที่เดียวกันเพื่อให้เข้าใจง่าย และสามารถวิเคราะห์ความมั่งคั่งแบบองค์รวม

Security (สวีเดน)

Covr Security : บริการความปลอดภัยของข้อมูลบนมือถือในรูปแบบแอพพลิเคชั่น สามารถบริหารจัดการข้อมูลส่วนตัวได้ตามที่ต้องการ ช่วยแก้ปัญหาภัยคุกคามได้

Blockchain (ไทย)

EVEREX : ระบบกู้ยืมเงินแบบบุคคลต่อบุคคลด้วย Blockchain สัญญาอัจฉริยะ เพิ่มโอกาสให้ประเทศที่กำลังพัฒนาเข้าถึงบริการทางการเงิน  เช่น การสมัครบริการทางการเงินกับธนาคารอิสลาม

Lending (ฟิลิปปินส์)

First Circle : แพล็ตฟอร์มบริการสินเชื่อแก่ SME กระบวนการทั้งหมดจะผ่านช่องทางออนไลน์ โดยต้องส่งข้อมูลแบบดั้งเดิม และข้อมูลทางเลือกอื่นๆ เพื่อขอสนับสนุนสินเชื่อ

P2P Invoice Trading (สิงคโปร์)

Invoice Interchange : บริการมาร์เก็ตเพลส ซื้อขายใบแจ้งหนี้สำหรับผู้ที่ต้องการเงินทุนหมุนเวียน ทำให้ SME สามารถเปิดประมูลแจ้งหนี้ของตนให้กับนักลงทุนเพื่อรับเงินสดได้ทันที

Mutual Fund Investment (ไทย)

FundRadars : ระบบค้นหากองทุนรวมที่มีประสิทธิภาพเพื่อการลงทุน มีผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลพอร์ตการลงทุน เป็นเรื่องง่ายสำหรับนักลงทุน