เล็งพัฒนาแกร็บเพย์ E-wallet ของบริการเรียกรถ

Grab แอพเรียกรถที่บุกตลาดในไทยมา 4 ปี เปิดตัว JustGrab และ GrabCar Plus และเพิ่มโปรแกรมสะสมคะแนน แกร็บ รีวอร์ดส (GrabRewards) 

บริการเรียกรถที่คัดเลือกผู้ขับขี่ระดับ 4.8 ดาวขึ้นไป พร้อมแคมเปญ GrabSuperCar สำหรับผู้ใช้งาน

ท่ามกลางกระแสดราม่าของธุรกิจแท็กซี่ออนไลน์ยุคดิจิตัล ที่คู่แข่งอย่าง Uber ดูเหมือนจะโดนหนักและบอบช้ำอยู่แทบจะข้างเดียว  ฝ่าย Grab ที่เน้นบทบาทตัวกลาง โดยประสานกับแท็กซี่เดิมๆรวมถึงวินมอเตอร์ไซค์  ก็ได้เปิดตัว 2 บริการใหม่ในไทย ได้แก่…

  • แกร็บคาร์ พลัส บริการที่เน้นรถยนต์ระดับบน คัดแต่ผู้ขับขี่ที่ได้รับการคัดเลือกมาตรฐานระดับสูง 4.8 ดาวขึ้นไป (คะแนนเต็ม 5 ดาว) และรถสภาพใหม่มีอายุใช้งานไม่เกิน 5 ปี  แลกกับการบวกค่าบริการเพิ่มขึ้น (ไม่เกิน 50 เปอร์เซ็นต์จากราคาปกติ)
  • จัสท์แกร็บ บริการที่รวมแกร็บแท็กซี่และแกร็บคาร์ เข้าด้วยกันเพื่อให้ผู้ใช้สามารถเรียกรถได้รวดเร็วขึ้น เพราะมีจำนวนรถที่จะให้บริการมากขึ้น และยังสามารถเห็นราคาค่าโดยสารในหน้าแอพฯ ก่อนจองรถได้อีกด้วย
    ซึ่งจัสท์แกร็บ เป็นการขยายพื้นที่ให้บริการมาที่กรุงเทพฯ หลังจากบริการในจังหวัดนครราชสีมา อุดรราชธานี อุบลราชธานี และขอนแก่น มาก่อนนี้แล้ว

พร้อมทั้งเปิดตัวโปรแกรมสะสมแลกคะแนน แกร็บรีวอร์ดส เวอร์ชั่นใหม่ ผู้ใช้สามารถสะสมคะแนนเพื่อแลกสิทธิพิเศษจากพันธมิตรกว่า 150 ราย ทั้งกลุ่มร้านอาหาร ท่องเที่ยว แบรนด์ค้าปลีก และแอพพลิเคชั่น ยกตัวอย่าง เซ็นทรัล, ไอฟลิกซ์, แมคโดนัลด์ นกแอร์ และสปอติฟาย

แคมเปญ แกร็บ ซูเปอร์คาร์ ในบริการแก็บ คาร์ พลัส ลุ้นเดินทางฟรีรถซูเปอร์คาร์ อาทิ เบนท์ลี่ย์ พอร์ช และเทสล่า โดยเริ่มแล้ววันนี้ถึงวันที่ 21 กันยายนนี้

เล็งพัฒนาแกร็บเพย์

นอกจากนี้การสร้างการรับรู้ เพื่อขยายฐานผู้ใช้งานและสร้างความจงรักภักดีให้กับแบรนด์แล้ว แกร็บ ยังเดินหน้าพัฒนาระบบชำระเงิน แกร็บเพย์ (GrabPay) ระบบชำระค่าโดยสารผ่านทางบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิต

โดยปัจจุบันบริการดังกล่าว ผู้ใช้ที่ต้องการชำระค่าเดินทางผ่านบัตร จะทำการลงทะเบียนบัตรเดบิตหรือบัตรเครดิตในแอพพลิเคชั่นและเลือกวิธีการชำระเงินเป็น Card (บัตรเดบิต หรือบัตรเคดิต) มาก่อนแล้ว ซึ่งในอนาคตคาดว่าจะพัฒนาให้เป็นรูปแบบ e-Wallet เพื่อผูกเข้ากับบริการสะสมคะแนน หรือ แกร็บรีวอร์ดส ให้ผู้ใช้จ่ายเงินพร้อมสะสมคะแนนได้สะดวกขึ้น

 

ส่วนแบ่งการตลาดของ Grab

ส่วนแบ่งตลาด

ยี วี แตง ผู้อำนวยการ บริษัท แกร็บ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันแกร็บมียอดดาวน์โหลดแอพราว 59 ล้านครั้ง ใน 7 ประเทศทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ ไทย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม พม่า มาเลเซีย สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย ถือเป็นผู้นำอันดับ 1 แพลตฟอร์มการเรียกใช้บริการรถแบบออนดีมานด์ ด้วยส่วนแบ่งการตลาด 95 เปอร์เซ็นต์ ในกลุ่มผู้ให้บริการแอพฯเรียกรถแท็กซี่รายนอก และ 71 เปอร์เซ็นต์ ในกลุ่มแอพฯเรียกรถยนต์ส่วนบุคคล

นอกจากนี้ข้อมูลจาก ทีเอ็นเอส ยังระบุว่า ผู้โดยสารกว่า 66 เปอร์เซ็นต์ในประเทศไทยมีการใช้งานแกร็บมากกว่าแอพฯเรียกรถรายอื่นอีกด้วย