เวิร์กเดย์ แนะองค์กร ใช้เทคโนโลยีแก้ปัญหา “มิลเลนเนียล” เปลี่ยนงานบ่อย


Workday จัดเสวนาหัวข้อ “Engaging Thailand’s Future Workforce” โดยมีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญเข้าร่วมหลายท่านพร้อมพูดถึงแนวทางที่บริษัทต่างๆ นำมาใช้ในการรับมือกับความท้าทายที่เพิ่มขึ้นด้านการดึงดูดและรักษาพนักงานที่มีความสามารถเพื่อรองรับการเติบโต ตลอดจนแนวโน้มด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลและเทคโนโลยีใหม่ๆ ทำให้วิธีการทำงานของพนักงานเปลี่ยนแปลงไป

สะท้อนให้เห็นถึงแนวทางการปรับตัวของช่องว่างระหว่างวัยที่ในองค์กรมีทั้งพนักงานในกลุ่มมิลเลนเนียล และวัยใกล้เกษียณที่ต้องทำงานร่วมกัน โดยมิลเลนเนียล คือผู้ที่เกิดในช่วงปี 2523-2543 ซึ่งมีอายุประมาณ 17-36 ปี เติบโตพร้อมค่านิยมที่แตกต่างคู่กับเทคโนโลยี มีความอดทนต่ำ เปลี่ยนงานบ่อย และชอบทำงานที่ยืดหยุ่น แต่ข้อดีมีความคิดสร้างสรรค์ เข้าใจความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี และสามารถประยุกต์มาใช้ให้ประโยชน์

จากผลสำรวจทั่วโลกพบว่า มิลเลนเนียลทำงานอยู่หนึ่งบริษัทระยะ 2-3 ปี ดังนั้น องค์กรต้องสร้างแรงจูงใจให้พนักงานกลุ่มนี้อยู่กับองค์กรระยะยาว โดย จำนวน 70% พร้อมจะลาออก ส่วนอีก 30% แม้ยังไม่ลาออก ก็จะแสวงหางานใหม่อยู่เรื่อยๆ สิ่งที่ต้องปรับเริ่มจากการสร้างแบรนด์ด้านการเป็นองค์กรที่มีการบริหารบุคคลที่ดี

ทั้งนี้ อัตราการบริหารธุรกิจให้ประสบความสำเร็จมาจากการบริหารทรัพยากรบุคคลที่ดีมากถึง 70 % ซึ่งการมีเทคโนโลยีเข้ามาช่วยติดตามการทำงานและประเมินผล ทำให้องค์กรช่วยระบุตัวพนักงานที่มีศักยภาพ รวมถึงการประเมินว่า พนักงานคนใดยังมีความเสี่ยง และชี้ให้เห็นว่าต้องเร่งปรับปรุงแก้ไขอย่างไร

ปัจจุบันมีระบบหลากหลายรูปแบบที่ออกมาเป็นผู้ช่วยองค์กรในด้านนี้ ซึ่ง เวิร์กเดย์ เป็นหนึ่งผู้ให้บริการแอปพลิเคชั่นด้านทรัพยากรบุคคลและการเงินบนระบบคลาวด์ โดยจัดเก็บข้อมูลบุคลากร วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อการวางแผนงาน และพนักงานยังสามารถเข้าไปเปลี่ยนแปลงข้อมูลส่วนบุคคลได้ด้วยตัวเอง บนระบบรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ และช่วยลดต้นทุนในการบริหารจัดการ

การใช้ระบบคลาวด์จะช่วยบริหารทรัพยากรบุคคลให้เปลี่ยนไปจากเดิม เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและขีดความสามารถในการวิเคราะห์การบริหารทรัพยากรบุคคลให้มากยิ่งขึ้น ทั้งยังช่วยลดต้นทุนค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการด้วย

จะเห็นว่าเทคโนโลยีบริษัทเป็นหนึ่งทางแก้ปัญหาในการช่วยจัดการบริหารทรัพยากรบุคคลในองค์กรที่มีช่วงวัยแตกต่างกันให้ดีขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มมิลเลนเนียลทำให้นายจ้างสามารถติดตามศักยภาพและตัดสินใจทางธุรกิจได้ทันที สู่การปรับแผนการทำงานและเสนอแพ็คเกจสิทธิประโยชน์ให้แก่พนักงานที่มีความสามารถเพื่อรักษาให้อยู่กับองค์กรในระยะยาวต่อไป