ไอทีแม่บ้าน สุวรรณา คมชนะ ครูด้านดิจิทัลจากแม่บ้านธรรมดา

สุวรรณา คมชนะ

ผู้ถ่ายทอดความรู้ให้กับคนอื่นในยุคนี้ ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นคนที่จบการศึกษาด้านการสอน หรือเป็นครูโดยเฉพาะ หลายๆ คนที่มีความเชี่ยวชาญในด้านใดด้านหนึ่งอย่างชัดเจน ก็สามารถนำประสบการณ์ของตัวเองมาส่งต่อให้กับคนอื่นๆ ได้เช่นเดียวกัน

ครูเจ – สุวรรณา คมชนะ เจ้าของโรงเรียนสอนการตลาดออนไลน์ และ www.ไอทีแม่บ้าน.com แม่บ้านที่ใช้เวลาว่างเพื่อหาความรู้และอาชีพเพิ่มเติม จนกลายเป็นผู้ให้ความรู้กับบรรดาผู้ที่สนใจ จนได้รับรางวัลมากมาย อาทิ สถาบันสอนการตลาดออนไลน์ อันดับ 1 รางวัลครูของแผ่นดิน โดย สภาศิลปธรรมจิตตานุภาพ Top Brands Award 2016 โครงการส่งเสริมพัฒนาธุรกิจและเศรษฐกิจเพื่อขับเคลื่อนประเทศไทย “ร้อยดวงใจสร้างไทยยั้งยืน” เป็นต้น

จากแม่บ้านในยุคอนาล็อก สู่เส้นทางศึกษาด้านดิจิทัล
เมื่อ 16 ปีที่แล้ว ครูเจ เรียนจบทางด้านมาร์เก็ตติ้งจากประเทศเยอรมนี ซึ่งในสมัยนั้นการใช้งานด้านคอมพิวเตอร์ยังคงเป็นฟังก์ชั่น พื้นฐานอย่างการพิมพ์ดีด และ Microsoft Office ซึ่งหลังจากนั้นเธอได้แต่งงานกับสามีชาวญี่ปุ่น ผันตัวมาสู่การเป็นแม่บ้านที่อยู่ต่างประเทศแบบเต็มตัว ที่มีหน้าที่ดูแลสามี และทำงานบ้าน แค่สองอย่างเท่านั้น

ถึงแม้ว่าจะมีรายได้จำนวนที่น่าพอใจจากสามีอยู่แล้ว แต่เวลาว่างที่มีก็ยังมากอยู่ เธอจึงอยากหาอาชีพเพื่อตัวเอง โดยเริ่มจากอาชีพดั้งเดิมของสาวๆ อย่างเสริมสวย ซึ่งพอไปลองเรียนก็พบว่าไม่เหมาะกับตัวเอง จึงเปลี่ยนไปเรียนด้านอื่นๆ อย่างทำอาหาร นวด เพ้นท์เล็บ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายในที่พักและการเดินทางเป็นหลักแสนในแต่ละครั้ง แต่เธอก็ยอมรับว่าไม่ได้เกิดมาเพื่อสิ่งเหล่านี้

“พอกลับมาอยู่บ้านก็ไม่ได้ทำอะไรเหมือนเดิม เรามีคอมพิวเตอร์คู่ใจหนึ่งเครื่อง เพื่อเอาไว้ดูละครย้อนหลัง ก็ดูทั้งวันทุกวัน แต่เราใช้อะไรไม่เป็นเลยนะ หาข้อมูลจากกูเกิลก็ไม่เป็น คือดูได้เพราะเพื่อนส่งลิงก์มาให้ และเราก็เข้าดูด้วยการคลิกตามนี้ตลอด จนเฟซบุ๊กเริ่มเข้ามา จึงเริ่มเล่นเพื่อไว้ติดต่อกับเพื่อน ทำให้เริ่มค้นหาได้บ้าง ซึ่งช่วงนั้นเว็บฯ ที่เราเอาไว้ดูละครชื่อว่าครัวไกลบ้าน เขาประกาศขอหยุดทำเพจเพราะลาคลอด”

เราก็เลยสงสัยว่านี่เว็บไซต์ของคนธรรมดานี่ ทำไมเขาทำได้ เขาก็เป็นแม่บ้านต่างประเทศเหมือนเรา เราอยากทำเว็บฯ ได้บ้าง จึงเริ่มหาว่ามีที่ไหนเปิดสอนการทำเว็บฯ และลองสมัครเรียนดูอีกครั้ง

การกลับมาครั้งนี้ สามียื่นคำขาดว่าจะเป็นการมาเรียนครั้งสุดท้าย ด้วยเงินก้อนสุดท้าย เธอจึงตั้งใจเรียนอย่างมาก ในช่วงแรกนั้นเธอเข้าไปเรียนรู้ในเรื่องการดีไซน์ Photoshop, Illustrators และระบบตาราง ซึ่งยังคงไม่เข้าใกล้การทำเว็บไซต์อย่างที่ต้องการ จึงปรึกษากับเพื่อนและเปลี่ยนคอร์สสู่การทำเว็บไซต์สำเร็จรูป และเธอก็ประสบความสำเร็จจนได้เว็บไซต์ของตัวเองจากคอร์สนี้

เริ่มหาเงินจากความรู้ที่มีหลังบรรลุเป้าหมายที่ต้องการ
หลังจากประสบความสำเร็จในการเรียน และมีทักษะด้านคอมพิวเตอร์ที่เพิ่มมากขึ้น เมื่อกลับไปยังประเทศญี่ปุ่น เธอก็นำความรู้ที่มีไปช่วยเหลือเพื่อนๆ ที่มีกิจการค้าขาย ให้มีช่องทางเพิ่มขึ้น อย่างการสร้างเพจ การมีชุมชนออนไลน์เพื่อขายของ ซึ่งก็ช่วยเหลือโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เพราะยังไม่คิดว่าการทำงานตรงนี้จะสามารถหารายได้เข้ากระเป๋าได้

“เจกลับมาเมืองไทยอีกครั้งหนึ่ง ก็มีคนรู้จักทำบริษัทจัดหาคู่ของญี่ปุ่นที่เขามาเปิดในประเทศไทย ให้มาช่วยหาลูกค้าให้ โดยเป็นการหาผู้หญิงชาวไทยไปแต่งงานกับคนญี่ปุ่น เพราะเมื่อก่อนคนไทยยังเข้าญี่ปุ่นไม่ได้ ต้องมีวีซ่าแต่งงาน โอกาสพบเจอเลยน้อย เขาก็อยากให้เราทำยังไงก็ได้ให้มีคนมาสมัครตรงนี้ และให้รายได้ที่ดีทีเดียว ซึ่งตอนแรกเราก็ทำบ้างไม่ทำบ้าง เพราะไม่ได้เก่งอะไร แต่ 6 เดือนจากนั้นผลตอบรับมันดีมาก เพราะที่เราทำไปมันติด SEO ซึ่งตอนนั้นเราก็ยังไม่รู้ระบบนี้นะ คิดว่ามันฟลุ๊กเลยไม่ได้สนใจอะไร”

ฉบับที่ 219 เดือนมีนาคม

ยุค IoT ของพลเมืองสูงวัย

 

แต่ด้วยกิจการที่ทำควบคู่ทางด้านอสังหาริมทรัพย์ ก็เติบโตได้ดีจากการทำเว็บไซต์ของเธอ ทำให้เริ่มเรียนรู้ว่าที่ทำมาทั้งหมดไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เธอจึงเข้าใจระบบ Search Engine มากขึ้น และวางการค้นหาให้ติดหน้าแรกของกูเกิลได้แทบทุกชิ้นที่ทำ

ถ่ายทอดความรู้ด้วยความเป็นครูที่เข้าใจผู้เรียน
เนื่องจากสามีย้ายมาทำงานที่ประเทศไทย และได้รับคำแนะนำจากเพื่อนให้นำความรู้ที่มีมาเปิดสอน และจะหาลูกค้ามาให้ ทำให้เป็นจุดเริ่มต้นของการเปิดโรงเรียนสอนการตลาดออนไลน์ในชื่อ “ไอทีแม่บ้าน” ที่สะท้อนตัวตนของเธอ จากแม่บ้านสู่ผู้มีความรู้ทางด้านไอที

“แรกๆ ก็มีคนมาเรียนวันละคนสองคน แต่พอจากนั้นเรามีคอร์สเยอะขึ้น ด้วยความที่คนมาตามคีย์เวิร์ดที่เราวางไว้ในการค้นหา การสอนจะเริ่มตั้งแต่คอมพิวเตอร์พื้นฐาน ด้านการตลาด การทำเฟซบุ๊ก Line@SEO และอื่นๆ เพราะคนที่มาเรียนเป็นผู้ประกอบการมีตั้งแต่คนยุคใหม่ไปจนถึง 60 ปี เราต้องให้เขาได้เรียนพื้นฐานก่อนไปจนถึงอะไรที่มันเป็นขั้นสูงมากๆ ข้อหนึ่งที่เราเน้นคือ เราใส่ใจผู้เรียนทุกคน เพราะเราเคยอยู่จุดนั้นมาก่อน ถ้าครูอยู่ข้างหน้าแล้วทำไปเรื่อยๆ แน่นอนว่าเราทำตามไม่ได้ แต่ถ้าเราจี้ทีละคนเลย ช้าหน่อยแต่ได้คุณภาพแน่นอน เราสอนแบบนี้ คนเลยให้ความสนใจ และรู้จักเราในนามของครูเจ”

นอกจากมีโรงเรียนของตัวเองแล้ว ปัจจุบันเธอยังได้รับเลือกให้ร่วมงานกับโครงการของ กสทช. เพื่อกระจายความรู้ด้านเทคโนโลยีสู่ชุมชน โดยนำร่อง 10 จังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งเธอก็มีระบบการสอนที่ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียนที่ส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการ แต่ก็ยังคงใช้วิธีที่ใส่ใจ เข้าใจ และพูดคุยกับทุกคนเพื่อให้เปิดรับการทำงานรูปแบบใหม่นี้ด้วย

ทั้งนี้ ครูเจ จากแม่บ้านธรรมดาที่ต้องการหาอะไรทำ ได้ก้าวเข้าสู่วงการครูผู้ถ่ายทอดความรู้ด้านดิจิทัลและได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง ทำให้เห็นว่า โลกไอทีไม่ใช่เรื่องเฉพาะกลุ่มบุคคลอีกต่อไป แต่อยู่ที่ว่าจะศึกษาเพื่อนำมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์กับตัวเองได้อย่างไรบ้าง