9 มุมคิด  ฝ่าภารกิจ Work From Home

9 ข้อคิดจากการ Work From Home ที่ผู้คนบนโลกโซเชียล ต่างก็พากันแชร์ประสบการณ์ มุมมอง และสิ่งที่ได้เรียนรู้กันอย่างคึกคัก ...

ช่วงนี้หลายๆคนทำงานจากที่บ้านมาได้พักใหญ่  และต่างก็พากันแชร์ประสบการณ์ มุมมอง และสิ่งที่ได้เรียนรู้ บนโลกโซเชียลกันอย่างคึกคัก

 

… ทีม Digital Age Magazine เราจึงรวบรวมเอา 9 ข้อคิดดีๆ ที่ประมวลมาจากผู้คนมากมายมาฝากกัน …

 

  1. ต้นทุนอุปกรณ์เพิ่ม – ภาระของใคร ?

ทีมงานที่ต้องทำงานจากบ้านบางคนอาจไม่มีคอมพิวเตอร์ ไม่มีโน๊ตบุ้คหรือแทบเลตใดๆ   จะใช้มือถือทำงานก็ไม่ได้   …ทางออกคือทางองค์กรอาจต้องซื้อให้ยืมไปใช้ก่อน  แล้วคืนมาเป็นของสำนักงานเมื่อผ่านช่วงนี้ไปแล้ว

 

หรืออีกทางเลือกสำหรับพนักงานที่มีกำลังซื้อ  ก็อาจจะให้เงินอุดหนุนบางส่วน เช่น 20% เพื่อการไปซื้อคอมพิวเตอร์หรือโน๊ตบุ้คมาใช้

 

 

  1. กระจายกำลังเน็ตให้ดี – อย่าให้มีคอขวด

หลายๆองค์กรแบ่งบุคคลากรบางส่วนทำงานจากบ้าน  และบางส่วนยังนั่งทำงานที่ออฟฟิศ  และเมื่อต้องประชุมพร้อมกัน  ฝ่ายทำงานที่บ้านนั้นอาจไม่มีปัญหา  เพราะว่าใช้เน็ตบ้านอยู่แค่คนสองคน

 

แต่ฝ่ายที่สำนักงานนั้นพบกับปัญหาภาพเสียงกระตุก เพราะเนตสำนักงานไม่มีความแรงพอที่จะรับสัญญาณวิดิโอพร้อมๆกันหลายสิบหรือหลายร้อยคนอย่างนี้ได้

 

ทางออกอาจจะเป็นการรีบขยายความเร็วเน็ตที่ออฟฟิศ หรืออัพเกรดเครื่องต่างๆให้รับไหว   หรือไม่ก็ลดจำนวนเครื่องทางฝั่งออฟฟิศลง

 

 

  1. ความเชื่อใจ – และการวัดผล

เดิมที่ต้องสแกนนิ้วมือหรือรูดบัตรเข้าออก  ก็อาจเปลี่ยนเป็นการประชุมสั้นๆออนไลน์ต้นวันและสิ้นวัน  พร้อมบอกกล่าวสั้นๆว่าใครทำอะไรอยู่ และติดปัญหาตรงไหน  เพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนเวลาทำงานหลัก

 

ส่วนระหว่างวันนั้น ก็คงต้องเชื่อใจ  ให้ทีมงานต่างคนต่างทำสิ่งที่ได้รับมอบหมายให้เสร็จ   แทนที่จะต้องไล่ตรวจสอบว่าเปิดหน้าจอตลอดเวลาทำงานหรือไม่   ไปที่อื่นหรือเปล่า ฯลฯ

 

 

  1. เผื่อใจให้ความสับสนทางการสื่อสาร

หลายครั้งการแชทผ่านข้อความ  นั้นไม่สามารถถ่ายทอดสารทั้งหมดได้  เช่นอารมณ์ความรู้สึก  หรือระดับความสำคัญของเรื่องต่างๆ หรือบางครั้งก็ถ่ายทอดผิดไป

 

ฉะนั้นทุกฝ่ายควรเผื่อใจไว้ว่าอาจมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนในรูปแบบต่างๆเกิดขึ้นได้  จึงควรคิดป้องกันไว้  หรือถ้าเกิดขึ้นแล้วก็เปิดใจกว้างและปรับความเข้าใจให้ตรงกันอย่างสันติ เพื่อให้งานคืบหน้าต่อไป

 

 

  1. ระวังสิ่งรบกวนการทำงาน

บางคนไม่ชินกับการทำงานที่บ้านนานๆทุกวัน   และมักว่อกแว่กไปกับสิ่งรบกวน เช่น เกมส์ที่ลงไว้ในเครื่อง  ซีรี่ส์เกาหลีในเว็บต่างๆหรือทางทีวี  หรือแม้กระทั่งน้องแมวน้องหมาที่เลี้ยงไว้

 

… ฉะนั้นแต่ละคนต้อง “แบ่งเวลา” และเพิ่มวินัยในการอยู่บ้านเฉพาะช่วงเวลาทำงาน ให้ต่างไปจากการอยู่บ้านแบบเดิมๆ

 

 

  1. ระวังสุขภาพ จาก office syndrome

บางคนนั้นไม่เคยเตรียมเก้าอี้และโต๊ะทำงานไว้ที่บ้าน   มีแต่โซฟาไว้นั่งๆนอนๆเอกเยนก  กับโต๊ะกินข้าวที่นั่งใช้คอมนานๆก็ปวดเมื่อยไปหมด

 

… ซึ่งถ้านั่งทำงานผ่านเฟอร์นิเจอร์เหล่านี้นานไป นานไปอาจเป็นผลเสียต่อร่างกายในระยะยาวได้

 

ครั้นจะออกไปร้านกาแฟก็ไม่ได้เด็กขาดเพราะปิดกันหมดในช่วงนี้   ทางออกจึงควรหาเก้าอี้และโต๊ะดีๆจากทางอออนไลน์แล้วสั่งซื้อมาใช้  ซึ่งทางออฟฟิศก็อาจช่วยอุดหนุนด้วยดังที่กล่าวไป

 

 

  1. ระวังอย่าโหมกินจุบจิบ

อีกสิ่งที่อาจจะไม่รบกวนการทำงานนัก   แต่ทำร้ายสุขภาพในระยะยาว  คือการกินจุบจิบตลอดเวลาทำงาน   ซึ่งไม่เคยทำได้มาก่อนในออฟฟิศ

 

ทั้งนี้เพราะติดนิสัยชอบนั่งกินจุบจิบในวันหยุดเสาร์อาหทิตย์หน้าทีวี   ซึ่งเดิมก็ทำแค่สัปาห์ละ 2 วัน  แต่เมื่อมาทำทุกวันหน้าคอมฯ ก็ต้องระวังน้ำหนักและสุขภาพทั้งโรคเบาหวาน โรคหัวใจ และภาวะอ้วน ฯลฯ

 

 

 8. เรื่องของเงินเดือนและค่าตอบแทนในช่วงนี้

ไม่มีใครรู้ว่าจะต้องทำงานที่บ้านอีกนานเท่าไร   บางบริษัทองค์กรก็คงเงินเดือนและค่าต่างๆไว้อย่างเดิมในช่วงนี้   แต่บางที่ก็ลดลงบ้าง

 

ซึ่งหากเป็นอย่างหลังก็ต้องระวังว่าจะมีผลต่อขวัญกำลังใจของพนักงานหรือไม่   เพราะไม่เช่นนั้นอาจสูญเสียคนเก่งคนดีไปให้องค์กรอื่นๆก่อนเวลาอันควร

 

 

  1. สรุปข้อดี ไว้ต่อยอดระยะยาวหลังวิกฤต

เมื่อ Work from home นานๆไป บางองค์กรอาจจะติดใจ  และพบว่างานบางอย่าง หรือทีมงานบางคน   ทำงานได้ผลงานมากเป็นพิเศษ   หรือมีประสิทธิภาพกว่าเดิมมากในช่วงนี้

 

ถ้าเป็นอย่างนี้ ก็ต้องทำการสรุปวิเคราะห์ไว้  เผื่อเมื่อทุกอย่างกลับมาเป้นอย่างเดิมแล้ว   ก็อาจสร้างระบบใหม่ ให้มีการ Work from home ได้กับบางอย่างและบางคน  โดยที่ไม่กระทบต่อระบบและความรู้สึกของคนอื่นๆ

 

สุดท้ายถ้ามีใครมีมุมมองอื่นๆ  ก็มาช่วยกันแบ่งปัน  เพื่อให้พวกเราทุกคนฝ่าภาวะนี้ไปด้วยกันอย่างราบรื่นและสร้างสรรค์ที่สุด (เท่าที่จะทำได้ !)

 

 

 ภาพประกอบจาก

  athenaexecutiveservices.com/remote-workers-outperform-office-workers