Carparagon.com เว็บฯ เปรียบเทียบราคา จากตัวแทนรถยนต์ใหม่

คุงมิน บัง, วรท กมลโชติรส และโจนาธาน แมคกีเวอร์

จากพฤติกรรมของคนไทย ส่วนใหญ่ที่กำลังตัดสินใจซื้อรถใหม่ ก็จะถามจากคนรู้จัก หรือไปสอบถามตามโชว์รูมประมาณ 3 – 5 แห่ง เพื่อนำมาเปรียบเทียบราคาและโปรโมชั่น ทำให้เกิดความไม่สะดวก เสียเวลาในการหาข้อมูลและการเดินทาง โดย วรท กมลโชติรส เล็งเห็นปัญหาดังกล่าว จึงสร้างศูนย์กลางเพื่อรวบรวมข้อมูลรถยนต์จากตัวแทนจำหน่ายโดยตรงผ่านเว็บไซต์ Carparagon.com ไว้ที่เดียว

เข้าใจพฤติกรรมคนรุ่นใหม่ เปิดพื้นที่รวมรถยนต์บนออนไลน์
ปัจจุบันผู้บริโภคหันมาซื้อสินค้าออนไลน์เพิ่มมากขึ้น ประกอบกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของภาครัฐที่ผลักดันให้เกิดการใช้เทคโนโลยี ยิ่งทำให้คนจำนวนมากหันมาให้ความสำคัญกับการใช้สื่อดิจิทัล รวมถึงคนไทยต้องการความสะดวกสบายในการซื้อหารถยนต์ ซึ่งการมีช่องทางออนไลน์ในการค้นหาข้อมูล จะสามารถเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ต้องการซื้อรถยนต์ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

วรท กมลโชติรส ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สมูทเลน จำกัด กล่าวว่า

“เราได้แนวคิดจากโมเดลธุรกิจสตาร์ทอัพเกี่ยวกับการดีลรถในสหรัฐอเมริกา มาปรับใช้กับเว็บไซต์ให้กลายเป็นศูนย์รวมรถยนต์แบบ One Stop Service เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเลือกซื้อหารถยนต์ได้ฟรี พร้อมทั้งยังช่วยตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ง่ายขึ้น”

ทั้งนี้ ในสหรัฐอเมริกาพบว่า ประมาณ 25 เปอร์เซ็นต์ ของการขายรถใหม่ในแต่ละปีเกิดขึ้นจากขั้นตอนที่สะดวก และไม่ยุ่งยากสำหรับผู้ซื้อ ส่วนในประเทศไทยก่อนจะตัดสินใจซื้อรถยนต์คันใหม่ มักจะไปเยี่ยมชมรถที่โชว์รูม ถามคนรู้จัก หรือดูจากโซเชียลมีเดียก่อนตัดสินใจ ซึ่งบางทีแหล่งข้อมูลไม่รู้แหล่งที่มา มีความน่าเชื่อถือน้อย แต่สำหรับข้อมูลบนเว็บไซต์ Carparagon มาจากเจ้าของแบรนด์รถยนต์ตัวจริง

ฉบับที่ 219 เดือนมีนาคม

ยุค IoT ของพลเมืองสูงวัย

 

“ตอนนี้มีเว็บไซต์ที่เป็นช่องทางจำหน่ายรถอยู่หลายแห่งก็จริง แต่ส่วนมากมักเป็นรถยนต์มือสอง เราจึงไม่กังวลเรื่องคู่แข่ง หรือหากจะมีคู่แข่งที่เป็นช่องทางจำหน่ายรถใหม่เหมือนเราเกิดขึ้นถือว่าเป็นเรื่องดี เป็นการสร้างความรับรู้และสร้างความคึกคักให้วงการซื้อ-ขายรถยนต์” วรท กล่าว

ระบบใช้งานสะดวก เอื้อทั้งผู้บริโภคและตัวแทนจำหน่าย
บนเว็บไซต์มีหลายฟังก์ชั่น เริ่มต้นหากต้องการซื้อรถยนต์ เช่น เลือกยี่ห้อรถยนต์ จากนั้นเพียงใส่รุ่น ใส่เรทราคา ตำแหน่งศูนย์บริการใกล้เคียง และกดส่งค้นหา ระบบจะทำการค้นข้อมูลว่า มีรถยนต์ทั้งหมดกี่คัน โดยลิสต์รายชื่อจะขึ้นตามตำแหน่งที่ลูกค้าอยู่ใกล้ที่สุด แล้วจะดึงข้อมูลที่อยู่ใกล้เคียงขึ้นมาตามลำดับ และบอกพื้นที่ว่าซื้อที่ไหน พร้อมแผนที่นำทางไปยังสถานที่นั้น

นอกจากนี้ ยังบอกคุณสมบัติของรถยนต์รุ่นดังกล่าวอย่างละเอียด บอกสถานะสามารถรับได้เมื่อไร ทั้งนำไปเปรียบเทียบราคาโปรโมชั่นแต่ละตัวแทนจำหน่ายได้อย่างสะดวก เพราะแต่ละตัวแทนจำหน่ายจะให้ราคาที่ต่างกันแม้จะเป็นรถยนต์รุ่นเดียวกันก็ตาม

เมื่อสนใจ จะได้รับข้อเสนอจากทางตัวแทนจำหน่าย ต่อจากนั้นจะต้องกรอกข้อมูล เช่น อีเมล เบอร์โทรศัพท์ เป็นต้น ซึ่งระบบจะทำการแจ้งไปยังตัวแทนจำหน่าย เพื่อให้ทางตัวแทนจำหน่ายสามารถติดต่อกลับมาพูดคุยรายละเอียดได้ทันที อีกทั้งยังสามารถเช็กจำนวนสต็อกรถยนต์แบบเรียลไทม์ และขอทดสอบรถยนต์ผ่านทางออนไลน์ได้อีกด้วย

ในส่วนของทางตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ ก่อนจะเข้ามาใช้พื้นที่บนเว็บไซต์ต้องติดต่อกับทางเว็บไซต์ก่อน และจะมีการตรวจสอบว่าเป็นบริษัท พร้อมมีหน้าร้านอยู่จริงหรือไม่ จากนั้นจะมีพื้นที่บนระบบหลังบ้านให้ใช้งาน และเข้าไปสอนวิธีการใช้งานตั้งแต่เจ้าของ เซล และฝ่ายบัญชี โดยสามารถตรวจสอบดูจำนวนรถยนต์ทั้งหมดในระบบได้ เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบราคาและโปรโมชั่นกับเจ้าอื่นในการโพสต์ประกาศ

“ขณะนี้มี 40 ราย ที่เป็นตัวแทนจากหลากหลายแบรนด์รถยนต์ คาดว่าจะมีเข้ามาร่วมเป็นพันธมิตร และใช้เป็นแพลตฟอร์มในการทำการตลาดดิจิทัลเพิ่มมากขึ้น ซึ่งตอนนี้มีลูกค้าให้ความสนใจเข้ามาซื้อรถยนต์ผ่านเว็บไซต์เฉลี่ย 2,500 รายต่อเดือน สามารถปิดยอดการจำหน่ายได้ 50 คันต่อเดือน”

วางเป้าทั้งตลาดไทยและอาเซียน
ไม่เพียงเท่านี้ ยังให้บริการทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย โดยจะมีการหักเปอร์เซ็นต์จากการขายรถต่อคัน ภายในไตรมาสแรกของปี 2560 ตั้งเป้าจะขยายตลาดออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านอย่างน้อย 2 ประเทศ ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาทำตลาดในอินโดนีเซีย มาเลเซีย เวียดนาม และฟิลิปปินส์

สำหรับตลาดในประเทศจะขยายไปยังตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ในจังหวัดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นเชียงใหม่ ขอนแก่น ภูเก็ต และชลบุรี ซึ่งตั้งเป้าจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์นั้นสำหรับประเทศไทยอยู่ที่ประมาณ 130,000 คนต่อวัน และ 150,000 คน เมื่อขยายออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน

ตอนนี้อาจจะรองรับได้เพียงรถยนต์เท่านั้น แต่ วรท ยังบอกอีกว่า ในอนาคตอาจจะเพิ่มรถประเภทอื่นๆ อย่างมอเตอร์ไซค์ และบิ๊กไบค์ เพื่อเป็นทางเลือกในการเข้าถึงข้อมูลและได้ราคาโปรโมชั่น ที่โดนใจผู้ใช้บริการมากที่สุด