แอพช่วยงาน มียิ่งมาก งานกลับยิ่งช้าลง !?!

สำรวจพบว่าถ้าใช้ "แอพช่วยทำงาน" หลายตัวเกินไป กลับทำให้ทำงานช้าลง ! เหตุผลเพราะอะไร ? ทางแก้คืออะไร ? และตัวอย่าง 10 แอพกลุ่มนี้มีอะไรบ้าง ?

ทุกวันนี้มีแอพช่วยในการทำงาน (collaboration apps) มากมาย ตั้งแต่แอพเช็คเมล แอพฝากไฟล์แชร์ไฟล์ แอพปฏิทินนัดหมายกลุ่ม แอพติดตามงานและประสานทีม  แอพแก้เอกสารหรือโค้ดโปรแกรมร่วมกันหลายๆคน  ฯลฯ …โดยใช้กันทั้งบนมือถือและในคอมฯ เพื่อให้คนและทีมทำงานได้เร็วขึ้น มีประสิทธิภาพขึ้น

แต่ผลสำรวจล่าสุดกลับพบว่าถ้าใช้แอพหลายตัวเกินไป กลับทำให้ทำงานช้าลง !

เมื่อมีบริษัท Harmon.ie จากอิสราเอล สำรวจคนทำงานกว่าแปดร้อยรายที่ใช้แอพเหล่านี้เป็นประจำ ซึ่งเฉลี่ยแล้วคนหนึ่งๆใช้แอพแบบนี้ถึงคนละ 9 แอพ

ครึ่งหนึ่ง (50%) ของคนกลุ่มตัวอย่าง ใช้แอพเหล่านี้ถี่ถึง 5 ครั้งต่อชั่วโมง เช่นใช้ทั้งเช็คเมล์ใน Gmail, หาไฟล์ใน Dropbox, คุยผ่าน WhatsApp, ตามงานผ่าน Slack และแอพอื่นๆอีกมากมาย

แต่ละครั้งที่เปิดแอพ คนกลุ่มนี้ใช้เวลาราว 5 นาทีขึ้นไป ฉะนั้นทางผู้สำรวจจึงสรุปว่าแอพเหล่านี้ยิ่งมีมาก ก็ยิ่งแย่งเวลาจากงานหลัก ทำให้งานช้าลงได้

ฝ่ายกลุ่มตัวอย่าง 41% เห็นด้วยว่าการใช้แอพมากๆมีส่วนไปแย่งเวลาที่ใช้ในการทำงานหลัก

อย่างไรก็ตาม ยุคนี้ถ้าจะไม่ใช้แอพหรือเว็บต่างๆเพื่อสื่อสารหรือตามงานเลย ก็เห็นจะไม่ใช่ทางที่ดี แทนที่จะเร็วอาจเป็นทางที่ช้าที่สุด

และข้อเสนอก็คือ ถ้ารวมฟังก์ชั่นจากทุกแอพ มาอยู่ในแอพเดียวหรรือหน้าจอเดียวได้ ก็จะทุ่นเวลาไปมาก และแอพเพื่อการทำงาน ก็จะทำให้การทำงานเร็วขึ้นได้ แทนที่จะเป็นช้าลงอย่างปัจจุบัน

…หรือไม่ก็ลดจำนวนแอพ เลือกที่เหมาะสมมาใช้ให้น้อยแอพที่สุด แต่ตอบโจทย์ได้ครบถ้วน น่าจะเป็นทางออกที่ดี !

 

ป.ล. รู้จักตัวอย่าง 10 แอพเพื่อการทำงานยุคนี้ คือ SharePoint,  Slack, Dropbox, Box, Fleep, Skype for Business, Tibbr, Join.me, Workfront, Jive, และ Chatter  ได้ที่ raconteur.net/business/top-10-communication-and-collaboration-tools

 

ข่าวจาก :

fortune.com/2017/09/14/business-pros-app-fatique

ภาพจาก : 

raconteur.net/business/top-10-communication-and-collaboration-tools