DJI Mavic Air โดรนจิ๋วพับได้ ใช้มือบังคับ ควบคุมด้วยท่าทาง


ขณะนี้โดรนกำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด มีการนำมาใช้ประโยชน์ไม่ว่าจะเป็นภาคการเกษตร, การกู้ภัย, การสำรวจทรัพยากรธรรมชาติ, การสร้างอสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น แต่ในไทยยังใช้โดรนไปกับงานอดิเรกและการท่องเที่ยวมากกว่า

DJI ผู้ผลิตโดรนรายใหญ่ของโลก ปล่อย DJI Mavic Pro เมื่อสองปีที่เเล้ว เป็นโดรนขนาดกลางพับได้ ต่อด้วย DJI Spark โดรนขนาดเล็กที่สามารถสั่งงานด้วยท่าทางมนุษย์ ออกมาสะเทือนตลาดเเละได้รับเสียงตอบรับดี ล่าสุด เปิดตัว “DJI Mavic Air” ครั้งเเรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งไทยได้สัมผัสเป็นประเทศแรก ที่ผสมความเล็กกะทัดรัดขนาดเท่าสมาร์ทโฟนจากรุ่น Spark เเละความสามารถของ Mavic Pro

นอกจากนี้ เควินยังบอกว่าสิ่งที่เป็นข้อได้เปรียบของโดรนที่จะเข้ามาทดแทนงานของมนุษย์ได้ในอนาคต ได้แก่ 1 งานอันตราย เช่น การทาสี เช็ดกระจกตึกสูง ซ่อมแซมอาคารบ้านเรือน และการเกษตรที่ต้องพ่นสารเคมี 2 งานสกปรก ที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อทั้งหลาย โดรนจะเข้ามาช่วยเหลืองานด้านนี้ได้ และ 3 งานน่าเบื่อ ที่มนุษย์นั่งมอนิเตอร์เหตุการณ์ เช่น งานจราจรเฝ้าดูว่ามีใครทำผิดกฎจราจรบ้าง ต่อไปหากพบว่าทำผิดกฎจราจรอาจใช้โดรนบินแบบเรียลไทม์ไปแจ้งได้เลย

สำหรับ กลยุทธ์การตลาดจะเน้นไปที่การเทรนนิ่งให้ผู้ใช้ทั้งเรื่องการใช้งาน เทคนิค รวมถึงกฎระเบียบข้อบังคับของเเต่ละประเทศ พร้อมสื่อสารคอนเทนต์เเละเรื่องราวให้เข้าถึงคนทั่วไปตามช่องทางต่างๆ ร่วมมือกับบริษัทท้องถิ่นเพื่อเข้าถึงตลาด และขยายจากฝั่งไลฟ์สไตล์ไปยังตลาดโดรนเพื่ออุตสาหกรรมเเละการเกษตร

สเปค DJI Mavic Air
Mavic Air มาพร้อมกับฟีเจอร์การควบคุมด้วยท่าทาง, บินตามอัตโนมัติ, โหมด Quickshot 4 แบบ ที่แค่ปล่อยโดรนออกไปแล้วมันก็จะบินถ่ายเองตามโหมดที่เราเลือก และฟีเจอร์ Hand Gesture ใช้แค่มือในการบังคับให้บินถ่ายเซลฟี่ได้ตามต้องการ

ทั้งนี้ สามารถบินได้นานถึง 21 นาที บินนิ่งๆ ในกระแสลมแรงได้ถึง 36 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และบินขึ้นในแนวดิ่งได้สูงถึง 16,404 ฟุต เหนือระดับน้ำทะเล ด้านกล้องวิดีโอ 4K ที่สามารถให้ Bitrate 4K ได้สูงถึง 100 Mbps สำหรับการตัดต่อที่ต้องการรายละเอียดของวิดีโอและสามารถถ่าย Slow motion ได้ 120 fps ที่ความละเอียด 1080p

ในส่วนภาพนิ่ง สามารถถ่ายได้ที่ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ด้วยเลนส์มุมกว้าง 24 mm f/2.8 พร้อมระบบป้องกันภาพสั่นไหว 3 แกน โดรนสามารถหมุนรอบตัวเพื่อถ่าย 25 ภาพใน 8 วินาที แล้วนำมาประกอบเป็นภาพ Panorama รอบตัว 180 องศาความละเอียด 32 ล้านพิกเซลได้ และผู้ใช้สามารถเปิดโหมด HDR ในการถ่ายภาพ เพื่อเก็บรายละเอียดแสงที่แตกต่างกันได้

ขณะที่ รีโมทคอนโทรลของ Mavic Air มาพร้อมขาช่วยถือในตัว และเสารับสัญญาณบนอุปกรณ์ช่วยลงจอดที่เพิ่มการครอบคลุมระยะสัญญาณได้ไกลถึง 4 กิโลเมตร พร้อมส่งภาพวิดีโอแบบเรียลไทม์ขณะบินได้เร็วถึง 720p เมื่อใช้รีโมทคอนโทรล หรือเมื่ออยู่ในโหมด Sport Mavic Air จะสามารถทำความเร็วได้ถึง 42 ไมล์ต่อชั่วโมง (68 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) และยังสามารถใช้ร่วมกับแว่น DJI Goggles สำหรับการบินเสมือนจริงแบบ FPV ได้อีกด้วย

สำหรับ DJI Mavic Air มี 3 สีให้เลือก ได้แก่ Onyx Black, Arctic White และ Flame Red โดยในชุดมาตรฐาน ประกอบไปด้วย ตัวโดรน แบตเตอรี่ รีโมทคอนโทรล กล่องสำหรับใส่อุปกรณ์ทั้งหมด อุปกรณ์ป้องกันใบพัด 2 คู่ ใบพัด 4 คู่ ราคาอยู่ที่ 30,000 บาท และชุดคอมโบ Mavic Air Fly More Combo ที่ประกอบด้วย ตัวโดรน แบตเตอรี่ 3 ก้อน รีโมทคอนโทรล กระเป๋าสำหรับเดินทาง อุปกรณ์ป้องกันใบพัด 2 คู่ ใบพัด 6 คู่ อุปกรณ์สำรองไฟ และอุปกรณ์ชาร์จแบตเตอรี่ วางจำหน่ายในราคา 37,500 บาท