AI สามารถตรวจจับเอกสารภาพจากกล้องมือถือ

Adobe Scan ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการตรวจจับขอบของเอกสารจากการถ่ายภาพจากกล้องมือถือสมาร์ทโฟน ที่จะช่วยแก้ไขมุมมองโดยอัตโนมัติด้วยการลบเงา และปรับข้อความให้คมชัด ทำให้สามารถอ่านเอกสารได้ง่ายขึ้น เอกสารจาก Adobe Scan จะเชื่อมต่ออัตโนมัติกับ Adobe Document Cloud ซึ่งผู้ใช้สามารถแก้ไข สร้าง และกรอกแบบฟอร์ม เซ็นชื่อ ในเอกสารได้ในผ่านระบบ Cloud

โดยผู้ใช้สามารถปรับเอกสาร PDF เพิ่มเติมได้ อย่างเช่น การจับภาพ ครอบตัด ปรับสีและความสว่าง เปลี่ยนลำดับ ลบหรือเพิ่มหน้า บันทึกไฟล์และแชร์ไฟล์ได้ผ่านสมาร์ทโฟน

ซึ่งเหมาะสำหรับบันทึกใบเสร็จค่าใช้จ่าย นามบัตร โน้ตเลคเชอร์ในห้องเรียน เอกสารภาษีสำหรับการจัดเก็บแบบดิจิทัล และยังสามารถตรวจจับจากการสแกนนามบัตร ดึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องใส่ไว้ในรายชื่อผู้ติดต่อในโทรศัพท์ได้อัตโนมัติ ด้วยระบบการรู้จำข้อความโดยอัตโนมัติ (OCR)

กทม. Connect แอปฯ แจ้งเตือนสำหรับคนกรุงเทพฯ

ผลสำรวจจาก บ้านสมเด็จโพลล์ สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ได้สำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับข่าวปลอม จากประชาชนที่อาศัยในกรุงเทพมหานคร ว่าจำนวน 65.1 % พบกับปัญหาข่าวปลอม โดยพบผ่าน Facebook ถึง 54.2 %  โดยเฉพาะเรื่องภัยพิบัติ ถึง 8.7 % ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่เยอะมาก และหากผู้ที่ไม่ได้ตรวจสอบแหล่งที่มาของข่าว ก็อาจทำให้เข้าใจผิดและเกิดการบอกต่อของข่าวปลอม

และเมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกรุงเทพมหานคร กับ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ได้เปิดตัวแอปพลิเคชั่น กทม. Connect สำหรับในการสื่อสารประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารและบริการต่าง ๆ ทั้งจากภาครัฐและเอกชน เพื่อให้ประชาชนรับทราบข้อมูลที่ถูกต้อง แม่นยำ น่าเชื่อถือและรวดเร็ว

โดยภายในแอปฯ ประกอบไปด้วยระบบคลาวด์เพื่อรองรับการบริการข้อมูลและนำข้อมูลมาใช้ในการแจ้งข่าวสาร เช่น การแจ้งเตือนฝนตก น้ำท่วม น้ำประปาไม่ไหล ไฟฟ้าดับ สภาพการจราจรแบบ Real time รวมทั้งการร้องทุกข์ต่าง ๆ

ในส่วนของคนกรุงเทพฯ ที่อยู่อาศัยหรือเข้ามาประกอบอาชีพ และเดินทางมาท่องเที่ยว มากกว่า 10 ล้านคน แอปฯ …

สนามบินยุคดิจิตัล ติดกล้อง AI จดจำใบหน้าคนเข้าออกประเทศ

สนามบินยุคใหม่ ใช้ระบบจดจำใบหน้า มาตรวจคนเข้าเมือง จับคนที่ใช้หลักฐานปลอมแปลงเป็นคนอื่นเพื่อหลบหนีเข้าประเทศไว้ได้

Ooca สตาร์ทอัพกลุ่ม Health Tech แอปฯปรึกษาจิตแพทย์ผ่าน Video Call ชนะที่ 1 dtac Batch 6

พึ่งจบไปหมาด ๆ สำหรับโครงการ dtac accelerate Demo Day Batch 6 กับการแข่งขันค้นหาทีมสตาร์ทอัพ ที่เริ่มต้นมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม จนได้ผู้ชนะทั้งหมด 4 ทีม ได้แก่ ผู้ชนะเลิศได้แก่ Ooca สตาร์ทอัพกลุ่ม Health Tech แอปพลิเคชั่นปรึกษาจิตแพทย์ผ่านวีดีโอคอล โดยได้รับรางวัลเงินสนับสนุนออกบูธทั้ง 3 วันในงาน TechCrunch Disrupt San Francisco 2018 สำหรับผู้ชนะภายในงานยังมีอีก 3 รายการ ได้แก่ ทีม Somjai Home Loan ทีม GoWabi และทีม Noburo

สำหรับแอปพลิเคชั่น Ooca เป็นแอปฯ ที่สามารถวิดีโอคอลกับจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยา ถือว่าเป็นอีกช่องทางหนึ่งสำหรับผู้ที่มีภาวะป่วยในการปรึกษา โดยเหมาะกับผู้ที่ไม่กล้า ไม่มีเวลาพบกับจิตแพทย์ที่โรงพยาบาล หรือผู้ที่ยังไม่แน่ใจในอาการป่วยของตน ซึ่งมีคนมากมายในสังคมปัจจุบัน ที่ยังมองว่าโรคซึมเศร้าเป็นเรื่องน่าอาย

โดยสามารถปรึกษาปัญหาได้หลากหลายเรื่อง เช่น ปัญหาโรคซึมเศร้า ปัญหาภายในครอบครัว ปัญหาในการเลี้ยงดูลูก ปัญหาคู่สามีภรรยา …

กระแสนิยม O2O จากจีน สู่การเปลี่ยนแปลงตลาดออนไลน์ในไทย

ETDA ได้คาดการณ์ว่า ปี 61 ประเทศไทย การค้าในรูปแบบ E-Commerce ในปัจจุบัน จะเติบโตถึง 3 ล้านล้านบาท ซึ่งหลาย ๆ คนคิดว่าเป็นการทำธุรกิจในรูปแบบใหม่ในปัจจุบัน แต่ตอนนี้ ประเทศจีนมีการทำการตลาดในรูปแบบที่ใช้งานบนออนไลน์ ที่เรียกว่า O2O ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมและแพร่หลาย และมีองค์กรไทยบางเจ้านำรูปแบบนี้เข้ามาในไทยแล้ว เรามารู้จักการตลาดรูปแบบ O2O ว่าคืออะไรกันดีกว่า

O2O (Online to Offline) หรือที่แปลให้เข้าใจง่าย ๆ เลยคือ การนำธุรกิจในรูปแบบออฟไลน์และออนไลน์รวมกัน ยกตัวอย่างเช่น LINE ร่วมมือกับ LALAMOVE ที่ให้บริการ LINE MAN ซึ่งการใช้บริการต้องผ่านแอปพลิเคชั่น LINE MAN และเมื่อเราสั่งอาหารเสร็จ ก็จะมีคนขับจักรยานยนต์มาส่งสินค้าหรือบริการที่เราต้องการ เมื่อพูดง่าย ๆ ก็คือ แอปฯ คือ รูปแบบออนไลน์ สำหรับ ส่วนพนักงานขับรถคือออฟไลน์และร้านค้า เมื่อนำมารวมกันก็คือการตลาดในรูปแบบ O2O นั่นเอง

และช่องทางการขายที่พึ่งเปิดตัวในไทยได้ไม่นานมานี้ในลักษณะออฟไลน์และออนไลน์ (O2O) ในชื่อเว็บไซต์ …

ปลั๊กไฟ IoT ที่สามารถสั่งการผ่านสมาร์ทโฟน

หลาย ๆ คน คงเคยได้ยินคำว่า IoT (Internet of Things) ซึ่งมีชื่อเรียกภาษาไทยว่า “อินเตอร์เน็ตในทุกสรรพสิ่ง ซึ่งหมายถึง การที่อุปกรณ์ต่าง ๆ สามารถสั่งการผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตได้ เช่น การเปิด-ปิด อุปกรณ์ไฟฟ้าได้ ผ่านการสั่งการณ์จากสมาร์ทโฟนที่มีระบบอินเตอร์เน็ต ซึ่งปัจจุบันเริ่มมีผู้ประกอบการในไทยเริ่มที่นำระบบดังกล่าว สร้างและนำมาผลิตเพื่อจำจำหน่าย ยกตัวอย่างอุปกรณ์ที่มีระบบ IoT เช่น IoT ในโครงการแสนสุข สมาร์ทซิตี้

และอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ตอนนี้มีระบบ IoT แล้วอย่างปลั๊กไฟ ที่ทางแอนิเทค ได้เปิดตัวปลั๊กพ่วงที่นำเทคโนโลยี IoT และ Cloud Server พร้อมด้วย eSIM ที่ทำให้ปลั๊กสามารถรับคำสั่งให้เปิด ปิดอุปกรณ์ได้โดยผ่านทางสมาร์ทโฟน ซึ่งรายละเอียดจะเป็นเช่นไร สามารถติดตามต่อได้ในคลิป

สำหรับการทำงานของปลั๊ก คือการเชื่อมต่อปลั๊กกับระบบอินเตอร์เน็ต และรับคำสั่งผ่านสมาร์ทโฟน ทำให้ผู้ใช้สามารถจัดตารางการเปิด-ปิด อุปกรณ์ได้โดยอัตโนมัติ และสามารถคอยเตือนความจำเป็นว่าเราจะเปิด-ปิด จากสมาร์ทโฟนแม้จะไม่ได้อยู่ในบ้าน โดยจะมีการจำหน่ายในอนาคตต่อไป

ในต่อไปในอนาคต อุปกรณ์ไฟฟ้าอาจจะต้องสั่งการผ่านสมาร์ทโฟนเพียงอย่างเดียวเพียงปลายนิ้ว หรือต่อไปอาจจะมีเครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์ท่าสั่งการผ่านเสียงแบบโทนี่ สตาร์ค ในภาพยนตร์ไอรอนแมน ที่ไม่ต้องเสียเวลาในการรอเครื่องทำงานเพราะสามารถสั่งการจากที่ไหนก็ได้ ในเวลาอันไม่ไกลนี้ก็เป็นได้

Facebook Camera เปิดฟีเจอร์ใหม่ ทดลองเครื่องสำอางผ่าน AR

สาว ๆ ทั้งหลายอาจจะเคยถ่ายรูปตัวเองเพื่อจะลงอวดโฉมลงโซเชียล แต่คงต้องแต่งภาพให้ตัวเองสวยเป็นที่น่าพอใจก่อนที่จะลงรูป โดยผ่านแอปพลิเคชั่นแต่งภาพ ที่อาจจะรู้จักอย่าง MakeupPlus AR แอปพลิเคชั่น ช่วยแต่งหน้า เปลี่ยนสีผมของเราให้ออกมาสวยยิ่งขึ้น  ด้วยระบบ AR และยังมีฟีเจอร์สำหรับทดลองเครื่องสำอางจากเคาน์เตอร์แบรนด์อย่างเช่น NYX  Victoria’s Secret  3CE หรือแม้แต่ Cute Press ที่สามารถสั่งซื้อได้เลย โดยทางแอปฯจะเชื่อมโยงให้เราสั่งซื้อผ่านเว็บไซต์ E-Commerce

และเมื่อไม่นานมานี้ กับการเปิดตัวทดลองผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางผ่านเทคโนโลยี AR เช่นกัน ผ่านทาง Facebook Camera โดยเป็นการร่วมมือระหว่าง Facebook และโมดิเฟส (ModiFace) ธุรกิจเทคโนโลยี AR และ AI ที่ลอรีอัลแบรนด์เครื่องสำอางได้ทำการซื้อกิจการเมื่อต้นปี 2561 ที่ผ่านมา โดยสามารถทดลองเมคอัพจากแบรนด์เครื่องสำอางในเครือของลอลิอัล ซึ่งจะเปิดตัวภายในเดือนสิงหาคมนี้

ในอนาคต การเลือกซื้อสินค้าต่าง ๆ นอกจากเครื่องสำอาง อย่างเช่น เสื้อผ้า รองเท้า อาจจะไม่ต้องไปลองถึงร้านเสื้อ หรือขับรถออกไปหาที่จอดตามห้าง เพียงเพราะเราชื่นชอบผลิตภัณฑ์ ก็สามารถทดลองสวมใส่ผ่านระบบ AR ว่าเหมาะสมหรือไม่  …

ญี่ปุ่นลองวิ่งแท็กซี่ไร้คนขับที่แรกของโลก

“แท็กซี่ไร้คนขับ” ที่แรกของโลกในโตเกียว ย่านโอเตมาชิและรปปงงิ ประมาณ 5.3 กิโลเมตร ค่าบริการอยู่ที่ 1,500 เยน (ประมาณ 440 บาท) ต่อเที่ยว จ่ายเงินผ่านแอพมือถือ

จีนเพิ่มมาตรการกวาดล้างเงินคริปโตหนักขึ้นเรื่อยๆ

รัฐบาลจีนขยายแนวรบ มาไล่ปิดกั้นเว็บบอร์ดต่างๆเกี่ยวกับเงินคริปโตฯด้วยแล้ว และเริ่มห้ามโรงแรม, สำนักงาน, และห้างสรรพสินค้าจัดงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วย

“รถเมลยุคดิจิตัล” จะวิ่งจริงในสิงคโปร์แล้ว ธ.ค.นี้

เดือนธันวาคม 2018 นี้ สิงคโปร์จะออกวิ่งให้บริการจริง “รถเมลยุคดิจิตัล” ซึ่งมีเส้นทางวิ่งยืดหยุ่นปรับเปลี่ยนไปตามความต้องการ realtime ของผู้โดยสารทั้งหลายขณะนั้นๆ

วงการธุรกิจ AR โตกว่า 50% ต่อปี มีเงินไหลเวียนกว่าพันล้านดอลลาร์แล้ว

มีจำนวนบริษัทที่ผลิตสื่อหรือพัฒนาระบบเกี่ยวกับ AR ในปี 2017 มากขึ้นกว่าปีก่อนนั้นถึง 50% มีเม็ดเงินไหลเวียนทั้งรายได้และการระดมทุนรวมนับพันล้านดอลลาร์

มหาวิทยาลัยจีนใช้ AI จัด นศ. ลงหอพัก และแบ่งห้องจากลักษณะนิสัย

มหา’ลัยจีนนำ AI ปัญญาประดิษฐ์มาช่วจัดสรรหอพักนักศึกษา โดยมีจัดกลุ่มเด็กตามพฤติกรรมและลักษณะ ซึ่งได้จากการให้กรอกข้อมูลในแบบสอบถาม โดยจัดให้คนนิสัยคล้ายกันเป็นรูมเมทกัน

Facebook ทดลองเพิ่มแถบ “คนที่มีอะไรเหมือนคุณ”

Facebook ทดลองเพิ่มการแนะนำแบบนี้ในช่องคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นในโพสต์ต่างๆ และในโปรไฟล์ของคนนั้นๆด้วย โดยจะอยู่ในโพสต์สาธารณะของเพจต่างๆ …ซึ่งคนที่เราเห็นในนั้น จะมีบางอย่างเหมือนกับเรา ( “Things in common” )