โอกาสของสตาร์ทอัพสาย Prop Tech


ทุกวงการธุรกิจต่างถูก Disruption ขณะที่ธุรกิจ Real Estate ต้องการ Transformation โดยนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ หรือ Property Technology มาพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และที่อยู่อาศัย เพื่อให้เกิดบริการที่ช่วยให้ผู้อยู่อาศัยมีความเป็นอยู่ที่สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

แสนสิริ  ต้องการนำเทคโนโลยีสำหรับอสังหาฯ และการอยู่อาศัยมาปรับใช้  ร่วมมือกับธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) จัดตั้ง สิริ เวนเจอร์ส (Siri Ventures) บริษัทร่วมทุนในรูปแบบ Corporate Venture Capital ทำการวิจัยและลงทุนด้านเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับอสังหาฯ และการอยู่อาศัยอย่างครบวงจร เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนปัจจุบัน

อุทัย อุทัยแสงสุข ประธานผู้บริหารสายงานปฏิบัติการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในระยะเวลาหนึ่งปีหลังจากก่อตั้ง สิริ เวนเจอร์ส มีการลงทุนในสตาร์ทอัพมากมายทั้งในไทยและต่างประเทศผ่านการเปิดโครงการ “Siri Venture Partnership เช่น Farmshelf สตาร์ทอัพด้าน LivingTech จากสหรัฐอเมริกา, Appysphere สตาร์ทอัพด้านซอฟต์แวร์การพัฒนา Home Automation , Onionshack สตาร์ทอัพที่ร่วมพัฒนา Thai Voice AI, Techmatics สตาร์ทอัพที่พัฒนาหุ่นยนต์เดลิเวอรี่ น้องแสนดี ที่ให้บริการรับส่งของถึงหน้าประตูในคอนโด

ล่าสุดยังได้ร่วมมือกับ Innovation Platform ระดับโลก 2 ราย คือ Plug and Play จากซิลิคอน วัลเลย์ สหรัฐอเมริกา และ SOSA จากอิสราเอล ซึ่งทั้งสองเป็นเครือข่ายของสตาร์ทอัพเกือบหมื่นรายจากทั่วโลกอีกด้วย

จิรพัฒน์ จันทร์เจิดศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่เทคโนโลยี บริษัท สิริ เวนเจอร์ส จำกัด กล่าวว่า สำหรับในปีนี้ สิริ เวนเจอร์สได้วางกลยุทธ์การดำเนินงานให้ครอบคลุมในมิติการใช้ชีวิตมากขึ้น ผ่าน Siri Life Tech โดยเน้น 3 ด้าน ได้แก่ 1. ด้านการลงทุน (Investment) เตรียมเงินลงทุน 1,500 ล้านบาท ที่จะลงทุนในกลุ่มสตาร์ทอัพไทยและต่างประเทศ ทั้งลงทุนโดยตรง ผ่านพาร์ทเนอร์ และผ่านกองทุน ในระยะเวลา 3 ปี 2. ด้านความร่วมมือในการผลักดันให้เกิดระบบนิเวศสำหรับสตาร์ทอัพในไทย (Ecosystem Partner) และ 3. ด้านการพัฒนาต่อยอดนวัตกรรม (Lab & Development)

อย่างไรก็ตาม สิริ เวนเจอร์สเตรียมเปิดตัวนวัตกรรมใหม่ๆ อาทิ ด้านพลังงานทดแทนอัจฉริยะ โครงการบ้านอัพเกรดได้ รวมถึงพาร์ทเนอร์ใหม่ๆของ Home Service App อีกด้วย