ประเมินสถานการณ์ E- Logistics ไทยปี 2018 โตตามตลาด E-Commerce แข่งเดือด


เข้าสู่ช่วงต้นปี 2018 ตลาด E-Commerce ยังมีการแข่งขันสูงอย่างต่อเนื่อง โดยจบปี 2560 มูลค่าตลาดอยู่ที่ 2.8 ล้านล้านบาท เติบโตจากปีก่อนหน้า 9.8% ยิ่งกลุ่ม Marketplace กำลังสู้กันอย่างดุเดือดทั้งปล่อยแคมเปญ ส่งเสริมการขาย รวมถึงโปรโมชั่นการจัดส่งสินค้าฟรี ส่งผลให้ E- Logistics โตขึ้นตามไปด้วย หลายรายจากต่างประเทศก็เข้ามาแข่งขันในไทย และมีธุรกิจ Shipping Gateway เข้ามาแข่งอีกเช่นกัน

ไม่เพียงเท่านี้ รายใหญ่จากจีนอย่าง อาลีบาบา หรือ JB.COM ก็มีการประโคมเข้ามา สินค้าจากจีนจะมาเยอะขึ้น ส่วนขนส่งรายย่อยก็จะเกิดขึ้นตามต่างจังหวัด และในบางอุตสาหกรรมออฟไลน์ ต้องสู้กับออนไลน์ รายย่อยตลาดนัดคนจะเริ่มไปเดินน้อยลง หันมาสั่งซื้อออนไลน์เพราะได้ทั้งส่วนลด และไม่ต้องเสียค่าเดินทาง

ขณะที่โซเชียลมีเดีย อย่าง Facebook มีการได้เปลี่ยนอัลกอริทึ่ม ทำให้การขายสินค้าออนไลน์ทำได้ยากขึ้น เกิดการสร้างเว็บไซต์ของตัวเองเพื่อทำธุรกิจอีคอมเมิร์ซ รวมถึงธนาคารแห่งประเทศไทย ประกาศอนุญาตให้ธนาคารสามารถให้บริการ E-Commerce ได้ มีผู้เล่นในตลาดมากขึ้น

ขณะที่ ชิปป๊อป สตาร์ตอัพสัญชาติไทยด้านระบบโลจิสติกส์ ที่รวบรวมบริษัทขนส่งมาไว้ในระบบเดียวผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ www.shippop.com ง่ายต่อการเชื่อมต่อและเลือกใช้บริการที่หลากหลาย เป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ประกอบการในยุคโซเชียลคอมเมิร์ซ หลังจากที่เปิดให้บริการมาได้เพียง 2 ปี แต่สามารถเติบโตอย่างก้าวกระโดด ถึง 635%

โดยเข้ามาแก้ปัญหาด้านการจัดส่งสินค้าให้กับผู้ประกอบการไม่ว่าจะเป็นเรื่องเขียนใบปะหน้าเวลาส่งพัสดุเอง, หาขนส่งที่มีคุณภาพ, เปรียบเทียบราคาค่าขนส่งพัสดุที่ถูก, ต่อแถวที่ไปรษณีย์เพื่อส่งของ, ส่ง Tracking Number ให้กับลูกค้า หรือต้องเช็คสถานะสินค้าผ่านเว็บด้วยตนเอง ล้วนแล้วทำให้การส่งสินค้าในแต่ละครั้งใช้เวลานานและเสียเวลาในการติดตาม

ทั้งนี้ SHIPPOP ทำหน้าที่เป็น Shipping Gateway ที่มี API สามารถเชื่อมโยงทุกระบบขนส่งมาไว้ในระบบเดียว พร้อมเชื่อมต่อกับ Marketplace หรือเว็บไซต์ต่างๆ ได้ทันที ผู้ใช้บริการที่เป็นบุคคลสามารถทำรายการบนเว็บไซต์ได้ด้วยตัวเอง

นอกจากนี้ สามารถเลือกใช้ระบบขนส่งที่เหมาะกับสินค้าแต่ละประเภทได้ ควบคุมต้นทุนค่าใช้จ่ายด้านการค่าขนส่งและประหยัดเวลาไม่ต้องไปต่อคิวที่ไปรษณีย์เอง ทั้งยังยังมีระบบให้กับลูกค้าประเภทนิติบุคคลสามารถเลือกที่จะวางบิล (Billing Payment) เป็นรายเดือนได้ด้วย

ทั้งนี้ เป้าหมายในปี 2018 ทางชิปป๊อปวางแผนเตรียมขยายตลาดไปสู่ประเทศกัมพูชา, เวียดนาม, พม่า, ลาว, อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม จากเดิมที่ได้ขยายตลาดสู่มาเลเซียและสิงค์โปร์แล้ว โดย 3 ปีข้างหน้า วางแผนเป็นผู้ให้บริการแบบครบวงจรด้าน E-Logistics ในภูมิภาค ASEAN ให้การขนส่งสินค้าจากต้นทางไปปลายทางไร้รอยต่อ

SHIPPOP แสดงให้เห็นถึง Startup ไทย สามารถสร้างธุรกิจที่มีกำไรได้ โดยบอกว่าสามารถทำรายได้ถึง 70 ล้านต่อปี และตั้งเป้าปีนี้เป็น 2 เท่า ถึง 140 ล้านบาท ถือเป็น Case Study ของ Startup ที่ประสบความสำเร็จ และสามาถขยายออกไปยังต่างประเทศได้แล้ว