ก.ล.ต. ชี้แจงเหตุห้าม 4 ธุรกิจคริปโต – เพื่อปกป้องนักลงทุน

ก.ล.ต. ชี้แจงกรณีห้ามศูนย์ซื้อขายให้บริการเทรดคริปโทเคอร์เรนซี ประเภท Meme Token, Fan Token, NFT และเหรียญที่ออกโดยศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิตัล

หลังจากก่อนนี้ ก.ล.ต. ออกประกาศโดยไม่มีผลย้อนหลัง ห้ามศูนย์ซื้อขายให้บริการเทรดคริปโทเคอร์เรนซี ประเภท Meme Token, Fan Token, NFT และเหรียญที่ออกโดยศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิตัลไปเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2564 ทำให้เกิดการแสดงความไม่เห็นด้วยกันมากมายนั้น

 

ล่าสุด 14 มิถุนายน 2564 ก.ล.ต. ได้จัดเสวนาผ่านเฟสบุ้กไลฟ์ผ่านเพจ สำนักงาน ก.ล.ต ชี้แจงประเด็นว่าประกาศเพื่อคุ้มครองผู้ซื้อขายคริปโตฯ และก็พร้อมประมวลความเห็นต่างๆเพื่อนำเสนอคณะกรรมก.ล.ต. เพื่อนำไปพัฒนาต่อในอนาคต

 

ซึ่งครั้งนี้ด้าน จารุพรรณ อินทรรุ่ง ผู้ช่วยเลขาธิการ ก.ล.ต. (สายธุรกิจตัวกลางและตลาด) ยังได้อธิบายถึงนิยามของเหรียญแต่ละประเภทที่เข้าข่ายห้ามเทรดบนศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิตัลดังนี้

 

1. Meme Token

ก.ล.ต. จะพิจารณาจากวัตถุประสงค์ที่เสนอขายว่ามีสาระที่ชัดเจนหรือไม่ มีสินทรัพย์ใดรองรับหรือเปล่า หรือเป็นเพียงเรื่องล้อเลียน ซึ่งมีการเก็งกำไรสูง ผันผวนสูง ปั่นราคาได้ง่าย เสียหายง่าย

 

2. Fan Token

เป็นเหรียญที่ออกมาเพื่อนำไปแลกสินค้าหรือบริการของคนดังหรือดารา ซึ่ง ก.ล.ต. มองว่าราคาขึ้นกับความรู้สึกชื่นชอบ ผันผวนสูง และอาจมีคนเกี่ยวข้องภายในที่รู้มากรู้ก่อนคนอื่นจนเอาเปรียบได้ง่าย

 

3. Non-Fungible Token : NFT

เหรียญแสดงความเป็นเจ้าของ การซื้อขายส่วนใหญ่จะเป็นการประมูล ซึ่ง ก.ล.ต. มองว่ามีตลาดอื่นเฉพาะอยู่แล้ว

 

4. เหรียญ Exchange

เป็นเหรียญที่ศูนย์ซื้อขายออกขึ้นมาเอง ซึ่ง ก.ล.ต. เป็นห่วงด้านความขัดแย้งกันเองของผลประโยชน์ (conflict of interest) จนศูนย์ซื้อขายอาจเอาเปรียบผู้ซื้อขายทั่วไปได้

 

ซึ่งข้อนี้มีเสียงวิจารณ์ว่าการที่ไม่มีผลย้อนหลัง จะไม่ยุติธรรมโดยเป็นผลดีกับรายที่ออกเหรีญมาก่อนนี้แล้วนั้น ก.ล.ต. แจงว่า การไม่มีผลย้อนหลังเป็นเรื่องปกติของกฎหมายทั่วไป  เพราะถ้ามีผลย้อนหลัง เหรียญที่เคยซื้อขายก็ต้องออกตลาดไป อาจทำให้มีผู้เดือดร้อนมากมาย

 

 

 ข่าวจาก
  moneyandbanking.co.th/article/news/sec-explain-cypto-14062021